ความหลากหลายทางชีวภาพ
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย ปี 2573
ผลการดำเนินงาน ปี 2568
มาตรการดำเนินการ

ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส
บริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยความตระหนักว่าการรักษาสมดุลของธรรมชาติเป็นรากฐานสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและชุมชนโดยรอบ บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินงานภายใต้แนวคิด “การพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่กับการคงไว้ซึ่งคุณค่าของธรรมชาติ” โดยผสานการอนุรักษ์พันธุ์พืชและสัตว์ การใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสม และการฟื้นฟูระบบนิเวศให้มีความสมบูรณ์
แนวทางดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกและจัดหาที่ดิน การวางผังและออกแบบโครงการที่หลีกเลี่ยงผลกระทบต่อแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิต การสร้างพื้นที่สีเขียวเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย ไปจนถึงการบำรุงรักษาและติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่โครงการสามารถดำรงอยู่และพัฒนาได้ในระยะยาว อันเป็นการสร้างคุณค่าแก่ทั้งผู้อยู่อาศัย ชุมชน และสิ่งแวดล้อมโดยรวม
การบริหารจัดการและกลยุทธ์
1. การสำรวจและอนุรักษ์ไม้ยืนต้นที่มีอยู่เดิมก่อนพัฒนาโครงการ
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เดิมเป็นขั้นตอนสำคัญยิ่งในกระบวนการพัฒนาโครงการ เนื่องจากต้นไม้ยืนต้น โดยเฉพาะไม้ใหญ่ ไม่เพียงมีบทบาทด้านความงามและร่มเงา แต่ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด ช่วยลดความร้อน ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ และมีคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม การรักษาต้นไม้เดิมให้คงอยู่ จึงเป็นทั้งการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศและการสร้างคุณค่าเพิ่มแก่โครงการในระยะยาวในขั้นตอนการสำรวจพื้นที่ก่อนออกแบบผังโครงการ บริษัทฯ ดำเนินการดังนี้
การสำรวจและทำทะเบียนต้นไม้เดิม
ระบุชนิด ขนาด และเส้นรอบวง เพื่อบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ

การประเมินคุณค่าทางเศรษฐกิจและระบบนิเวศ
พิจารณาคุณค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ไม้มีค่า หรือไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ทางท้องถิ่น รวมถึงบทบาทในระบบนิเวศ เช่น การเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์

การออกแบบผังเพื่อรักษาต้นไม้
ปรับตำแหน่งถนน ทางเท้า อาคาร หรือสาธารณูปโภค เพื่อคงต้นไม้ไว้ในตำแหน่งเดิมมากที่สุด

การย้ายปลูกกรณีจำเป็น
หากไม่สามารถคงต้นไม้ไว้ได้ จะทำการขุดล้อมและย้ายไปปลูกยังพื้นที่ที่เหมาะสม พร้อมติดตามการฟื้นตัว

2. การออกแบบพื้นที่สีเขียวในโครงการ
บริษัทฯ ตระหนักดีว่าพื้นที่สีเขียวเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยั่งยืน ไม่เพียงช่วยสร้างทัศนียภาพที่ร่มรื่นและน่าอยู่ แต่ยังทำหน้าที่เป็น “ปอด” ของชุมชน ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดอุณหภูมิในพื้นที่ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ การออกแบบพื้นที่สีเขียวอย่างมีระบบและยั่งยืนจึงถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของบริษัทฯ ในการพัฒนาโครงการควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการดำเนินการดังนี้:
การจัดสรรพื้นที่สีเขียวในสัดส่วนที่เหมาะสม
- กำหนดให้โครงการมีพื้นที่สีเขียวเพียงพอต่อการสร้างสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่นและเอื้อต่อการพักผ่อนของผู้อยู่อาศัย
- ใช้เกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเป็นตัวชี้นำการวางผังโครงการ

การออกแบบพื้นที่สีเขียวยั่งยืน
- จัดให้มีพื้นที่สีเขียวที่สามารถคงความเขียวขจีตลอดทั้งปี และมีบทบาททั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
- ออกแบบพื้นที่ให้เป็นมิตรต่อสิ่งมีชีวิต เช่น จัดเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกและแมลงผสมเกสร

การเลือกใช้พรรณไม้ที่เหมาะสม
- เลือกไม้ยืนต้นและไม้พุ่มที่เป็นพืชท้องถิ่น ทนทานต่อสภาพภูมิอากาศ ดูแลง่าย และมีคุณค่าทางนิเวศ
- หลีกเลี่ยงการใช้ชนิดพันธุ์รุกรานเพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศท้องถิ่น

การตั้งเป้าหมายเชิงปริมาณและคุณภาพ
- ตั้งเป้าหมายในปี 2568 ให้โครงการอาคารชุดพักอาศัยมีพื้นที่สีเขียวยั่งยืนไม่น้อยกว่า 15% ของพื้นที่ดินทั้งหมด
- ดำเนินการติดตามและประเมินผลการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อคงประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมของพื้นที่สีเขียว

3. การบริหารจัดการน้ำฝนภายในโครงการ (Zero Discharge)
บริษัทฯ นำแนวคิด Zero Discharge มาใช้ในการออกแบบโครงการ เพื่อให้น้ำฝนถูกกักเก็บ หน่วง และซึมภายในพื้นที่ ลดการไหลบ่าออกนอกโครงการ ป้องกันน้ำท่วมขัง และช่วยเติมน้ำใต้ดินอย่างเป็นธรรมชาติ โดยมีแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้
ปรับผังพื้นที่และความลาดเอียงให้รองรับการไหลของน้ำสู่ระบบภายในโครงการ

ใช้พื้นซึมน้ำ คูรับน้ำ บ่อหน่วง และสวนรับน้ำ เพื่อชะลอและซึมผ่านลงดิน

กักเก็บน้ำฝนจากหลังคาเพื่อนำกลับมาใช้รดพื้นที่สีเขียว

บำรุงรักษาระบบระบายน้ำและพื้นซึมน้ำอย่างสม่ำเสมอ

4. การดูแลมาตรการป้องกันและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA)
บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด โดยดำเนินการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ครอบคลุมด้านทรัพยากรธรรมชาติ เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อให้การพัฒนาโครงการเกิดสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้
จัดทำ EIA ครบขั้นตอน พร้อมมีเวทีรับฟังความคิดเห็นชุมชน

จัดทำและบังคับใช้แผนจัดการสิ่งแวดล้อม (EMP) เช่น ควบคุมฝุ่น เสียง น้ำทิ้ง และของเสีย

อนุรักษ์พื้นที่อ่อนไหว รักษาต้นไม้ใหญ่ และใช้พรรณไม้ท้องถิ่น

ติดตาม ตรวจวัด และรายงานผลสิ่งแวดล้อมตามข้อกำหนด

เปิดช่องทางรับข้อร้องเรียนและตอบสนองอย่างรวดเร็ว

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
ชุมชน / สังคม
ผลกระทบเชิงบวกหรือผลกระทบเชิงความคาดหวัง
- ได้รับการรักษาทัศนียภาพและร่มเงาจากต้นไม้เดิม, รักษาทางน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ด้านเกษตร, เสริมความภาคภูมิใจในพื้นที่
หน่วยงานราชการ
ผลกระทบเชิงบวกหรือผลกระทบเชิงความคาดหวัง
- โครงการที่พัฒนา มีความสอดคล้องกับข้อกำหนดและช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่น
พนักงานและผู้รับเหมา / ผู้ส่งมอบ
ผลกระทบเชิงบวกหรือผลกระทบเชิงความคาดหวัง
- ได้ความรู้และทักษะการทำงานเชิงอนุรักษ์, เพิ่มความปลอดภัยจากการทำงานใกล้ต้นไม้ใหญ่
ลูกค้า
ผลกระทบเชิงบวกหรือผลกระทบเชิงความคาดหวัง
- ได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีจากพื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์ธรรมชาติ, มูลค่าโครงการเพิ่มขึ้น