การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
มาตรการดำเนินการ

ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส
บริษัทฯ ตระหนักว่า “การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ” เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน ในรายงาน ESG Performance Report บริษัทได้ระบุชัดถึงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดซื้อวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบผลิตภัณฑ์และโครงการไปจนถึงการจัดการของเสีย ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมแนวปฏิบัติการประหยัดทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ความมุ่งมั่นของบริษัทสะท้อนผ่านการปลูกฝังวัฒนธรรม “คิดก่อนใช้” (Think before using) ให้พนักงานสามารถนำไปปรับใช้ทั้งในที่ทำงานและที่บ้าน ส่งผลให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ดี การผลักดันแนวคิดให้เกิดเป็นพฤติกรรมในวงกว้าง ทั้งในประเด็นทรัพยากรน้ำ ไฟฟ้า และวัสดุของสำนักงาน ยังคงเผชิญกับอุปสรรคหลายด้าน เช่น การสร้างความร่วมมือภายในเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม, การฝึกอบรมที่เข้าถึงทุกระดับ รวมถึงการวัดผลที่ชัดเจนในเชิงปริมาณ ในรายงาน One Report นั้น การวัดค่าการใช้น้ำและพลังงานยังทำได้ในระดับโครงการนำร่อง เช่น Supalai Grand Tower ที่นำน้ำควบแน่นจากระบบปรับอากาศกลับมาใช้ซ้ำ แต่การขยายผลสู่ทุกโครงการยังถือว่าท้าทาย เนื่องจากต้องอาศัยการลงทุนด้านเทคโนโลยีและการปรับระบบบริหารจัดการ
บริษัทฯ มีโอกาสสำคัญที่จะต่อยอดการดำเนินงานด้านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพให้เป็นส่วนหนึ่งของ DNA ขององค์กร เช่น เพิ่มมาตรฐานประหยัดทรัพยากรในโครงการใหม่ทั้งหมด, ขยายระบบรีไซเคิลน้ำ (water reuse), ติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงานหรือใช้น้ำซ้ำ โดยไม่เพียงแต่ลดต้นทุนปฏิบัติการ แต่ยังสร้างคุณค่าทางความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และยกระดับภาพลักษณ์ขององค์กร
การบริหารจัดการและกลยุทธ์

ทั้งนี้ บริษัทฯ สื่อสารการสร้างจิตสำนึกด้านการใช้ทรัพยากร ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ติดสติ๊กเกอร์ประชาสัมพันธ์ รณรงค์ และให้ความรู้โดยการจัดอบรม ภายใต้แนวคิด 3Rs- Reduce, Reuse, Recycle เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างเต็มที่ และเป็นการลดพลังงานในการกำจัดขยะ ลดมลพิษและลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
นอกจากนี้ บริษัทฯ ส่งเสริม สนับสนุนการออกแบบ วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม และการใช้หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลด การก่อมลพิษและลดภาระของสังคมตามธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง ส่งเสริมให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ใช้ทรัพยากรของบริษัทฯ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นโยบายการใช้รถยนต์ นโยบายการใช้ไฟฟ้า นโยบายการใช้เครื่องปรับอากาศ นโยบายการใช้กระดาษ นโยบายการอนุรักษ์น้ำ นโยบายการลดของเสียและนโยบายการอนุรักษ์พลังงานที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 12/2555 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2555 ดังนี้
นโยบายการใช้รถยนต์ของบริษัทฯ
บริษัทฯ มีมาตรการประหยัดพลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเน้นการตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์ ยาง และอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษ การขับขี่ถูกกำหนดให้ใช้ความเร็วที่เหมาะสม ไม่เร่งเครื่องเกินจำเป็น และงดการติดเครื่องทิ้งไว้โดยไม่ใช้งาน เพื่อลดการสิ้นเปลืองน้ำมัน พนักงานได้รับการรณรงค์ให้เดินทางร่วมกัน ใช้ระบบคาร์พูล และลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว พร้อมทั้งสนับสนุนการประชุมทางไกลเพื่อลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น การใช้เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์หรือพลังงานทดแทนถูกรณรงค์เพิ่มเติมเพื่อความยั่งยืน มาตรการทั้งหมดถูกกำหนดเป็นนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่มุ่งสร้างจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ส่งผลให้สามารถลดค่าใช้จ่ายขององค์กร ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

นโยบายการใช้ไฟฟ้าและแสงสว่างของบริษัทฯ
บริษัทฯ ส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพโดยเน้นการปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน รวมถึงการกำหนดเวลาเปิดปิดไฟที่เหมาะสมเพื่อลดการสิ้นเปลือง พนักงานได้รับการรณรงค์ให้ใช้แสงธรรมชาติแทนการเปิดไฟฟ้า และปรับระบบควบคุมอุปกรณ์ให้เหมาะกับพื้นที่ เช่น การติดตั้งสวิตช์แยกโซนหรือแยกแถว การเลือกใช้หลอดไฟที่มีมาตรฐานและประหยัดพลังงาน เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์หรือหลอด LED ถูกนำมาใช้แทนหลอดชนิดเดิมที่สิ้นเปลืองไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีการตรวจวัดความเข้มแสงอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้ระดับแสงที่เหมาะสมต่อการทำงาน และตรวจสอบความสะอาดของหลอดไฟเพื่อลดการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็น อีกทั้งพนักงานทุกคนได้รับมอบหมายให้ร่วมกันตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า และแจ้งซ่อมบำรุงเมื่อพบความผิดปกติ ทั้งหมดนี้มุ่งสู่การประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายขององค์กร และสร้างวัฒนธรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

นโยบายการใช้เครื่องปรับอากาศและพัดลมระบายอากาศของบริษัทฯ
บริษัทฯ ส่งเสริมการใช้เครื่องปรับอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการปิดเครื่องเมื่อไม่ใช้งาน และควบคุมอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียสเพื่อลดการใช้ไฟฟ้า ควรใช้วิธีระบายอากาศธรรมชาติ เช่น เปิดหน้าต่าง หรือใช้พัดลมช่วยแทนการเปิดแอร์ รวมถึงการตรวจสอบการไหลเวียนอากาศให้เหมาะสมเพื่อลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ มีการกำหนดเวลาเปิด-ปิดพัดลมระบายอากาศให้เป็นช่วง ๆ ไม่เปิดตลอดเวลา และใช้ฉนวนกันความร้อนเพื่อลดความร้อนเข้าสู่ห้อง นอกจากนี้ยังส่งเสริมการจัดวางอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะสม ไม่วางใกล้เครื่องปรับอากาศเพื่อป้องกันการทำงานหนักเกินไป อีกทั้งมีการบำรุงรักษา เช่น ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศและชุดคอนเดนซ์ ตรวจสอบผนัง ฝ้าเพดาน และช่องแสงเพื่อป้องกันการรั่วซึม และจัดทำตารางการซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง มาตรการเหล่านี้ช่วยให้การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นโยบายการใช้อุปกรณ์สำนักงานของบริษัทฯ
บริษัทฯ ส่งเสริมให้ปิดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานเมื่อไม่ใช้งานเกินกว่า 15 นาที หรือในช่วงเวลาที่ไม่มีการใช้งานนานกว่า 1 ชั่วโมง รวมถึงการถอดปลั๊กเพื่อป้องกันการสิ้นเปลืองพลังงาน แนะนำให้เลือกใช้อุปกรณ์ที่มีระบบประหยัดพลังงานและมีขนาดเหมาะสมเพื่อลดการใช้ไฟฟ้า การใช้เอกสารเน้นการพิมพ์ที่จำเป็นจริงและตรวจทานให้รอบคอบก่อนพิมพ์ พร้อมทั้งใช้กระดาษและหมึกอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับการติดตั้งอุปกรณ์ช่วยประหยัด เช่น ปลั๊กพ่วงหรือสวิตช์ตัดไฟอัตโนมัติ เพื่อควบคุมการใช้งานร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้า การบำรุงรักษาและตรวจสอบอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอถือเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมประหยัดพลังงานโดยการรณรงค์และประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ช่วยให้องค์กรสามารถลดค่าใช้จ่ายและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในระยะยาว

นโยบายการลดการใช้น้ำของบริษัทฯ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและแก้ไขการรั่วซึมของระบบประปาอย่างทันท่วงที พร้อมกำหนดให้ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ เช่น ก๊อกและโถสุขภัณฑ์ที่ออกแบบให้ใช้น้ำน้อย ใช้น้ำเฉพาะที่จำเป็นและปิดทันทีหลังใช้งาน ทั้งนี้เพื่อประหยัดทรัพยากรน้ำและลดการสิ้นเปลืองอย่างยั่งยืน

นโยบายการลดขยะและการนำกลับมาใช้ใหม่
บริษัทฯ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรกระดาษอย่างคุ้มค่า โดยรณรงค์ให้ใช้กระดาษทั้งสองหน้า ใช้เอกสารร่วมกัน และหลีกเลี่ยงการพิมพ์ที่ไม่จำเป็น รวมถึงการสื่อสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้กระดาษ เพื่อช่วยลดการสูญเสียทรัพยากรเพิ่มเติม อีกทั้งสนับสนุนการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) หรือนำไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล (Recycle) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
ลูกค้า
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างภาพลักษณ์ความยั่งยืน
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- อาจมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการนำมาตรการประหยัดพลังงานและทรัพยากรมาปรับใช้ ทำให้ราคาสินค้า/บริการสูงขึ้น
พนักงาน
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากร
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- อาจต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานหรือรับภาระในการปฏิบัติตามนโยบายที่เข้มงวดขึ้น
คู่ค้า / ร้านค้า
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับโอกาสในการทำธุรกิจที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เสริมภาพลักษณ์เชิงบวก
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- อาจต้องลงทุนเพิ่มเพื่อพัฒนาและปรับกระบวนการผลิตหรือการดำเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานของบริษัท
ผู้ถือหุ้น / นักลงทุน
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับความเชื่อมั่นจากการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งเอื้อต่อการเติบโตระยะยาว
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- ผลตอบแทนระยะสั้นอาจลดลงจากการลงทุนด้านระบบจัดการทรัพยากรและเทคโนโลยีที่ยั่งยืน
ชุมชน / สังคม
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับประโยชน์จากคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น ลดผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรเกินจำเป็น และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัท
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากมาตรการไม่ครอบคลุมหรือบังคับใช้อย่างทั่วถึง อาจยังมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ขยะหรือการใช้พลังงาน
หน่วยงานราชการ
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับความร่วมมือในการดำเนินงานตามกฎหมายและนโยบายภาครัฐด้านสิ่งแวดล้อม สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากบริษัทไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด อาจส่งผลต่อการตรวจสอบและบทลงโทษทางกฎหมาย