ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส

อาชีวอนามัยและความปลอดภัยเป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อทั้งบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสีย หากการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพียงพอ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพกายและใจ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของพนักงานรวมถึงแรงงานของคู่ค้า ผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานในพื้นที่โครงการก่อสร้างและอาคารสำนักงาน ซึ่งความเสี่ยงดังกล่าวไม่เพียงแต่นำไปสู่ความสูญเสียต่อทรัพยากรบุคคล แต่ยังส่งผลต่อเนื่องให้การดำเนินธุรกิจหยุดชักชัก กระทบต่อกำหนดการส่งมอบที่อยู่อาศัยให้แก่ลูกค้า ตลอดจนสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม รวมไปถึง ต้นทุนการพัฒนาโครงการ ภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้นจากการเยียวยา ค่ารักษาพยาบาล หรือการถูกปรับตามข้อกำหนดกฎหมายที่เข้มงวด
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการวิเคราะห์แบบเชื่อมโยงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจและการเงิน จึงบูรณาการข้อมูลอุบัติเหตุ การเจ็บป่วยจากการทำงาน และสภาพแวดล้อมการทำงานเข้าสู่กระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร รวมถึงการประเมินความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ เช่น อุณหภูมิที่สูงขึ้น เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของพนักงาน และแรงงานก่อสร้างอย่างไร เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนก่อสร้าง การบริหารต้นทุน และการกำหนดมาตรการป้องกันล่วงหน้า
ดังนั้น การบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงในการทำงานและสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีอย่างเป็นระบบ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจนเป็นศูนย์ และยกระดับมาตรฐานคุณภาพงานก่อสร้าง ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและนักลงทุนในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากรในทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน
โครงสร้างการกำกับดูแล
การกํากับดูแลด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
โครงสร้างการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อให้ดำเนินการตามนโยบายและส่งเสริมประสิทธิภาพของการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องและมีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ โดยกำหนดเป็นหน้าที่ของพนักงานทุกคน ทุกระดับ ในการรับผิดชอบและปฏิบัติตามนโยบายของบริษัทฯ ผ่านการกำกับดูแลโดยผู้เกี่ยวข้องหลัก ดังนี้
โดยในปี 2568 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) มี นายชัยภัค ทรัพย์ร่มเย็น เป็นประธานกรรมการ และประกอบด้วยกรรมการจำนวน 10 คน จากส่วนงานต่างๆ มีหน้าที่รับผิดชอบการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด สำรวจและตรวจสอบการดำเนินงานด้านความปลอดภัยประจำเดือน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการทำงาน และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร โดยมีการประชุม รายงานสรุปผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อสื่อสารนโยบาย หารือกับผู้มีส่วนได้เสียหลักทั้งภายในและภายนอกองค์กร แบ่งปันมุมมองหรือความคิดริเริ่มในการปรับปรุงระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือและสร้างความตระหนักในหมู่พนักงาน ผู้รับเหมา คู่ค้า หน่วยงานกำกับดูแล และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
ผลการดำเนินงาน
บริษัทฯ มีการบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานและสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีอย่างเป็นระบบ มีตรวจติดตามการปฏิบัติงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเป็นประจำทุกปี โดยคณะกรรมการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยในปี 2568 มีการตรวจติดตามโครงการก่อสร้างทั้งหมด 60 โครงการ และสำนักงานใหญ่ พบประเด็นด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่สามารถปรับปรุงเพิ่มเติม ได้แก่ การปรับปรุงระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม อาทิ การจัดทำแผนการอบรม และการทบทวนโดยฝ่ายบริหาร เป็นต้น โดยผลการดำเนินงานปี 2568 พนักงาน 100% ผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และไม่มีการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานจนทำให้พนักงานได้รับบาดเจ็บขั้นรุนแรงจนทุพลภาพหรือเสียชีวิต
โดยผลการดำเนินงานปี 2568
- พนักงาน 100% ผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
- ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานจนทำให้พนักงานได้รับบาดเจ็บขั้นรุนแรงจนทุพลภาพหรือเสียชีวิต

| ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ | ผู้ได้รับผลกระทบ | ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น | มาตรการป้องกัน |
|---|---|---|---|
| 1. ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมการทำงาน |
|
การทำงานบนที่สูง พลัดตกจากที่สูง บาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต |
|
| วัสดุก่อสร้างตกหล่นบาดเจ็บจากการถูกกระแทกหรือทับ |
|
||
| 2. เครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้าง |
|
ถูกหนีบ กระแทก หรือบาดเจ็บจากเครื่องจักร |
|
| 3. อาชีวอนามัย | แรงงาน/ผู้รับเหมา | อ่อนเพลีย เป็นลม หรือโรคลมแดด จากความร้อนและสภาพอากาศ |
|
แนวทางการตรวจประเมินที่มีความเชื่อมโยงกับด้าน ESG
แบ่งพื้นที่การตรวจออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
| แผนการตรวจประเมิน | E: สิ่งแวดล้อม | S: สังคม | G: บรรษัทภิบาล |
|---|---|---|---|
| สภาพแวดล้อมในการทำงาน | |||
| ตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างสำนักงาน | |||
| ความพร้อมของมาตรการป้องกันอัคคีภัย | |||
| การจัดเก็บวัสดุต่างๆ ที่ใช้ในการทำงาน | |||
| ความพร้อมของชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น | |||
| ความพร้อมของอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล | |||
| การตรวจสอบไฟฟ้าและสายไฟ | |||
| ตรวจสอบความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง | |||
| การติดป้ายเตือนภัย | |||
| ตรวจสอบสุขอนามัยของที่พัก (ความสะอาด, การระบายอากาศ) | |||
| ความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน (ห้องน้ำ, แสงสว่าง) | |||
| จุดน้ำดื่มสะอาด ถูกสุขลักษณะ | |||
| การจัดการขยะและของเสีย |
บริษัทฯ มีระบบการเก็บรวบรวมผลการตรวจประเมินอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแต่ละโครงการ มีการรายงานผลการประเมิน และสื่อสารแก่พนักงานไว้ในระบบภายในองค์กร Intranet Safety Society เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานร่วมกัน
| การตรวจประเมิน ESG | จำนวนโครงการที่ประเมินฯ | ผู้รับเหมาที่ผ่านการประเมินฯ | |
|---|---|---|---|
| จำนวน (ราย) | สัดส่วน (%) | ||
| โครงการอาคารชุด | 3 | 2 | 100 |
| โครงการแนวราบ | 57 | 140 | 100 |


สถิติด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพที่ดีของพนักงาน เพื่อป้องกันและลดการเจ็บป่วยที่เกิดจากการทำงาน เช่น การปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานทั้งเรื่องอุณหภูมิ แสง เสียง และฝุ่นละออง, การอบรมและให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยและสุขภาพ, การตรวจสุขภาพประจำปี, การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพต่างๆ, การมีสวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาลพนักงานที่ครอบคลุมสุขภาพกายและสุขภาพใจ ทำให้ในปี 2568 ไม่พบรายงานการเจ็บป่วยที่เกิดจากการทำงานโดยตรง
บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพของบุคลากรทุกคน โดยระบบการจัดการสุขภาพและความปลอดภัยของบริษัทฯ ครอบคลุมพนักงาน แรงงานก่อสร้าง ผู้รับเหมา ดังนี้
| จำนวน (คน) | สัดส่วน (%) | |
|---|---|---|
| การจัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับงานก่อสร้างให้กับพนักงานใหม่ | 31 | 100% |
| การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ให้เหมาะสมกับงานและลดความเสี่ยง | 550 | 100% |
| การตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับบุคลากร | 1,370 | 97%* |
*คิดสัดส่วนจากจำนวนพนักงานทั้งหมด ปี 2568
สถิติด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานปี 2568
อัตราการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR หรือ LTIR) และอัตราการเสียชีวิตจากการทำงานของพนักงานและผู้รับเหมา/คู่ค้า (contractors/suppliers) ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ของบริษัทฯ โดยในปี 2568 ไม่พบการเจ็บป่วยที่เกิดจากการทำงาน ซึ่งมีรายงานอุบัติเหตุและการบาดเจ็บจากการทำงาน ดังนี้
| ข้อมูลความปลอดภัย | หน่วย | บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) | ผู้รับเหมา | บุคคล ภายนอก |
รวม | |||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| พนักงานชาย | พนักงานหญิง | ลูกจ้างรายวัน | ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ | |||||
| อัตราการเกิดอุบัติเหตุ | ครั้ง | 3 | 0 | 6 | 0 | 1 | 0 | 10 |
| อัตราพนักงานที่บาดเจ็บจากการทำงาน | คน | 3 | 0 | 6 | 0 | 1 | 0 | 10 |
| อัตราวันที่หยุดงานจากการบาดเจ็บจากการทำงาน | วัน | 5 | 0 | 6 | 0 | 2 | 0 | 13 |
| อัตราพนักงานที่หยุดงานจากการบาดเจ็บจากการทำงาน | คน | 2 | 0 | 6 | 0 | 1 | 0 | 9 |
| อัตราวันที่ขาดงานจากการบาดเจ็บจากการทำงาน | วัน | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| อัตราพนักงานที่ขาดงานจากการบาดเจ็บจากการทำงาน | คน | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| จำนวนผู้เสียชีวิตจากการทำงาน | คน | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| อัตราความถี่ของการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน (Lost Time Injury Frequency Rate: LTIFR) | ปี 2568 |
|---|---|
| รวม | 0.90 |
| พนักงาน | 1.86 |
| ผู้รับเหมา/คู่ค้า | 0.17 |








