การบริหารความเสี่ยง
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส

บริษัทฯ นำกรอบการบริหารความเสี่ยง COSO ERM 2017 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาใช้เป็นแนวทางหลักในการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้กระบวนการระบุ ประเมิน ควบคุม และติดตามความเสี่ยงเป็นระบบและรอบด้านสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ องค์กรได้มีการกำหนด Risk Appetite ที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์ธุรกิจ เพื่อเป็นเกณฑ์ควบคุมการตัดสินใจของผู้บริหารและหน่วยงานต่าง ๆ ช่วยให้สามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและอยู่ในระดับที่ยอมรับได้
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ทำหน้าที่กำกับดูแล ติดตาม และรายงานผลการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในกระบวนการกำกับดูแลกิจการ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้จัดทำ แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) และ แผนกู้คืนจากภัยพิบัติ (Disaster Recovery Plan: DRP) เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น และสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
การดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ ต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอกและภายในที่หลากหลาย โดยเฉพาะ สภาพเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการซื้อของลูกค้าและต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ นอกจากนี้ กฎระเบียบและข้อกำหนดด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่มีความเข้มงวดและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ยังสร้างแรงกดดันให้องค์กรต้องปรับตัวทั้งในด้านการปฏิบัติและการรายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง อีกหนึ่งความท้าทายที่สำคัญคือ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk) ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุรุนแรง หรือปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งล้วนมีผลกระทบโดยตรงต่อการก่อสร้างและการดำเนินโครงการอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกันการพึ่งพาระบบดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นยังทำให้บริษัทฯ เผชิญกับ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cybersecurity Risk) ที่อาจกระทบต่อข้อมูลและความต่อเนื่องของการให้บริการ นอกจากนี้ ยังมี Emerging Risk หรือความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่คาดการณ์ได้ยาก เช่น การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานเช่น การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน
บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความเสี่ยงและโอกาสที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยได้นำประเด็นด้าน ESG และ Climate Risk เชื่อมโยงเข้ากับระบบบริหารความเสี่ยงองค์กร เพื่อดำเนินการจัดการความเสี่ยงและสร้างโอกาสในการพัฒนากระบวนการทำงานใหม่ๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์รองรับความเสี่ยงเหล่านั้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียและนักลงทุน ว่าบริษัทฯ มีการบริหารความเสี่ยงที่รอบด้านและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับการออกแบบโครงการที่คำนึงถึงความยืดหยุ่นต่อความเสี่ยง (Resilience) ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรพื้นที่สีเขียว ระบบกักเก็บน้ำฝน หรือการพัฒนาอาคารเขียวที่ได้มาตรฐานสากล ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเพิ่มคุณค่าของโครงการในสายตาลูกค้าและนักลงทุน นอกจากนี้ การทำงานร่วมกับ คู่ค้าและพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมร่วมกัน ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) และยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน รวมถึง การสร้างความโปร่งใสและธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง ผ่านการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก จะช่วยสนับสนุนภาพลักษณ์องค์กรในตลาดทุน เพิ่มความน่าเชื่อถือ และเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว
กลยุทธ์ และการบริหารจัดการ

บริษัทฯ มีการกำหนด Risk Appetite ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร และใช้เป็นเกณฑ์ควบคุมการตัดสินใจของผู้บริหารในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับกรรมการไปจนถึงฝ่ายปฏิบัติงาน รวมถึงมีการจัดตั้ง คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เพื่อกำหนดและทบทวนนโยบายการบริหารความเสี่ยง กฎบัตรคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง กรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร และกระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร ให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะแนวทางในการบริหารความเสี่ยงที่สอดคล้องต่อทิศทางกลยุทธ์การดำเนินงานตามแผนธุรกิจ เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบความเสี่ยง (Risk Owner) สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพเป็นไปตามมาตรฐานสากล (มาตรฐาน COSO ERM 2017) พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนางานบริหารความเสี่ยงในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเป็นวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร
การประเมินระดับความเสี่ยง (Risk Level) การกำหนดความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และการกำหนดตัวชี้วัดความเสี่ยง (KRIs)
เมื่อได้ประเด็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนขององค์กรแล้ว หน่วยงานบริหารความเสี่ยงจะเสนอคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เพื่อพิจารณาประเด็นความเสี่ยง (Key Risk) ประเมินระดับความเสี่ยง (Risk Level) กำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และกำหนดตัวชี้วัดความเสี่ยง (KRIs)
บริษัทฯ ได้กำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) ซึ่งอยู่ในเขตสีเขียวและสีฟ้า ซึ่งการกำหนด Risk Appetite แต่ละประเด็นจะพิจารณาจาก 1) ความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย 2) วัตถุประสงค์องค์กรเชิงกลยุทธ์ 3) ปัจจัยในการสร้างมูลค่าองค์กร 4) ความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อวัตถุประสงค์ขององค์กร (เช่น Mega Trend)
ส่วนระดับความเสี่ยงที่ทนได้ (Risk Tolerance) จะอยู่ในเขตสีเหลือง อย่างไรก็ตามหากมีการประเมินความเสี่ยงแล้วอยู่ค่าระดับตั้งแต่สีเหลืองขึ้นไป (สีส้มและสีแดง) หน่วยงานต้องหาวิธีการจัดการให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ (Risk Appetite)
| ระดับความรุนแรง | ตารางแสดงระดับความรุนแรงของความเสี่ยง |
|---|---|
| สูงมาก |
ระดับความรุนแรงสูงมาก – สูง ควรมีการควบคุมสูง ต้องมีการติดตามและประเมินอย่างใกล้ชิดสม่ำเสมอ รวมทั้งหาวิธีการเพิ่มเติมที่จะลดโอกาสเกิดและผลกระทบให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ |
| สูง | |
| ปานกลาง |
ระดับความรุนแรงปานกลาง ความเสี่ยงที่มีแผนการควบคุมหรือจัดการแล้ว แต่ต้องพิจารณาถึงผลสะสมของความเสี่ยงว่าอาจจะลุกลามบานปลายได้ |
| ต่ำ |
ระดับความรุนแรงต่ำ - ต่ำมาก ความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ และอาจไม่ต้องไม่ดำเนินการ เพื่อจัดการความเสี่ยง แต่ควรต้องประเมินความเสี่ยงเป็นระยะๆ เพื่อพิจารณาผลสะสมของความเสี่ยงที่อาจจะลุกลามบานปลายได้ |
| ต่ำมาก |
ตารางแสดงการประเมินระดับความเสี่ยง (Risk Level) ในประเด็นความยั่งยืน จากโอกาสเกิด (Likelihood) และผลกระทบ (Impact)
| มิติ | ประเด็นความยั่งยืน | ความเสี่ยง |
|---|---|---|
| เศรษฐกิจ | 1. ห่วงโซ่อุปทาน |
|
| 2. การดำเนินการด้านภาษี | การยื่นจ่ายภาษีไม่ถูกต้อง / ไม่ครบถ้วน | |
| 3. นวัตกรรมทางธุรกิจและสังคม | ขาดการติดตามและผลักดันการนำนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลไปใช้จริงจากฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง | |
| สิ่งแวดล้อม | 4. การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ | ระบบนิเวศ/สิ่งแวดล้อมอาจได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการจนสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ |
| 5. การใช้ทรัพยากร และการจัดการของเสีย | พนักงานอาจขาดการนำเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การประหยัดพลังงานและการจัดการขยะ ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน | |
| 6. การจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ |
|
|
| สังคม | 7. การรับผิดชอบต่อผู้บริโภค | คุณภาพสินค้าอาจไม่ได้มาตรฐาน |
| 8. การร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม | การดำเนินกิจกรรมเพื่อร่วมพัฒนาชุมชนและสังคมขาดความต่อเนื่องในการดำเนินงาน | |
| 9. การเคารพสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม |
|
|
| 10. การพัฒนาศักยภาพพนักงานและลูกจ้างในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน |
|
|
| 11. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน |
|
|
| ธรรมาภิบาล | 12. บรรษัทภิบาล | การดำเนินงานไม่เป็นไปตามเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์ฯ และหน่วยงานกำกับจากภายนอก |
| 13. การบริหารความเสี่ยง | การประเมินความเสี่ยงขององค์กรยังไม่ครอบคลุมความเสี่ยงที่สำคัญที่เกิดขึ้นในองค์กร | |
| 14. การต่อต้านทุจริต | การดำเนินงานไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) |
แนวทางการจัดการความเสี่ยง (Risk Mitigation Plan)
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง อาจเสนอแนวทางการจัดการความเสี่ยงเพิ่มเติมจากที่ผู้บริหารสายงานดำเนินการ โดยให้คำแนะนำและมอบหมายผู้บริหารสายงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ พร้อมกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จ เพื่อจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ หลังจากนั้นทีมบริหารความเสี่ยง จะติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานและรายงานต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงประจำเดือน ผ่าน Line Group และจัดประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงชุดย่อยเพื่อทบทวนและพิจารณาประเด็นความเสี่ยงอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี เพื่อให้มั่นใจว่ามีการจัดการความเสี่ยงเป็นไปตามกรอบที่วางไว้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
บริษัทฯ จัดให้มีการทบทวนและประเมินความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ผ่านการประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงชุดย่อยซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ ประกอบด้วยผู้บริหารที่ทําหน้าที่ดูแลด้านกฎหมาย คือนายกริช จันทร์เจริญสุข ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สายงานนิติกรรม และนางสาวธูปทอง หิรัณยานุรักษ์ ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกำกับดูแลกิจการและระบบคุณภาพ มีหน้าที่รายงานผลการดำเนินงานและประเด็นสำคัญต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี
ความเสี่ยงที่สำคัญด้านความยั่งยืน ของบริษัทฯ
บริษัทฯ นำกรอบมาตรฐานของ International Sustainability Standards Board (ISSB) มาใช้เป็นแนวทางในการระบุและบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับการบริหารความเสี่ยงขององค์กร โดยบูรณาการ Sustainability-related Risks and Opportunities (SROs) เข้ากับกระบวนการในการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) เพื่อสนับสนุนการประเมินและติดตามความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
กระบวนการประเมินเริ่มจากการวิเคราะห์บริบทองค์กรและแนวโน้มภายนอก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กฎระเบียบ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายสังคมออนไลน์ และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ควบคู่กับการเทียบเคียงมาตรฐานและดัชนีสากล จากนั้นจึงดำเนินการระบุและประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยพิจารณาทั้งผลกระทบทางการเงิน รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมตามกรอบสากลที่เกี่ยวข้อง ผลลัพธ์จากการประเมินดังกล่าวถูกนำมาบูรณาการเข้าสู่ระบบบริหารความเสี่ยงขององค์กร เพื่อใช้ในการติดตามและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ
ประเด็นดังกล่าวสะท้อนความเสี่ยงที่สำคัญซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในมิติด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม โดยมีการติดตามและบริหารจัดการภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงขององค์กรอย่างต่อเนื่อง
โดยในปี 2568 จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง 2 ครั้ง โดยการใช้เครื่องมือในการประเมินความเสี่ยง เช่น Risk Map และ Risk Radar Chart ในการประเมินความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ เพื่อนำเสนอข้อมูลในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังได้มีการติดตาม การประเมินผล การทบทวน และให้ความเห็นชอบ แผนบริหารความเสี่ยง ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงประเภทต่าง ๆ ที่สำคัญ พร้อมทั้งรายงานผลการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริษัท ได้แก่
ความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์
ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน
ความเสี่ยงทางการเงิน
ความเสี่ยงด้านกฎหมายและข้อกำหนด
ความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชัน
ความเสี่ยงด้านตลาด
ความเสี่ยงด้านไซเบอร์
ความเสี่ยงด้าน ESG และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นใหม่
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงภายในองค์กร โดยส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับตระหนักถึงความสำคัญของความเสี่ยงและมีบทบาทในการรายงานความเสี่ยงที่ตรวจพบผ่านช่องทางที่กำหนด เช่น อีเมล riskmgt@supalai.com การนำประเด็นความเสี่ยงเข้าหารือในทุกการประชุม รวมถึงมีการจัดทำ Business Continuity Plan (BCP) และ Disaster Recovery Plan (DRP) เพื่อรองรับกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจไม่หยุดชะงัก
นโยบายและแผนการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมเชิงกลยุทธ์ การบูรณาการการบริหารความเสี่ยงให้เข้ากับโครงสร้างองค์กร และการมุ่งเน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
แผนการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร

บริษัทฯ จัดให้มีการทบทวนและประเมินความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจเป็นประจำทุกปี ผ่านการประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ที่ประกอบไปด้วยผู้บริหาร ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ โดยใช้เครื่องมือแผนที่ความเสี่ยง (Risk Map) และแผนภูมิ เรดาร์ความเสี่ยง (Risk Radar Chart) ในการพิจารณาความสัมพันธ์ของความเสี่ยงและจัดลำดับ ความสำคัญเร่งด่วนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากร พร้อมทั้งกำหนดมาตรการ และแผนการจัดการความเสี่ยงที่สอดคล้องกับเป้าหมายและแผนกลยุทธ์ขององค์กรเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท และมอบหมายให้แต่ละสายงานดำเนินการจัดการความเสี่ยงให้ระดับความเสี่ยง (Risk Level) ลดลงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้เพื่อช่วยให้แผนกลยุทธ์ขององค์กรประสบความสำเร็จ
วัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง
บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะปลูกฝังวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงให้กับพนักงานทุกระดับทั่วทั้งองค์กรอย่างต่อเนื่องผ่านการปลูกฝังทัศนคติ เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของกระบวนการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ จนสามารถนำกระบวนการบริหารความเสี่ยงไปใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สม่ำเสมอ และเป็นธรรมชาติ
โดยเริ่มจากระดับผู้นำองค์กร คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารทุกระดับ เป็นผู้นำในการเสริมสร้างกระบวนการบริหารความเสี่ยง เพื่อเป็นต้นแบบให้แก่พนักงานที่จะสามารถสร้างความรับผิดชอบร่วมกัน และนำความรู้ไปใช้ในการจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน การสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง มุ่งเน้นให้พนักงานของบริษัทฯ มีความรู้ความเข้าใจและสามารถจัดการกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยอาศัยผู้บริหารทุกระดับเป็นผู้สนับสนุนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และนำกรอบแนวคิดที่ดีที่จะทำให้สามารถพบ และจัดการความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจของบริษัทฯ
ปัจจัยความสำเร็จของการสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง ประกอบไปด้วย 3 เรื่อง
เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีควบคู่กับการจัดการความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ ได้อย่างทันท่วงที อันจะส่งผลต่อความยั่งยืนของธุรกิจสืบไป บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการส่งเสริมวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน โดยการสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงจากนโยบายและแนวทางการจัดการความเสี่ยง โครงสร้างในการจัดการความเสี่ยง การกำกับดูแลการจัดการความเสี่ยง รวมถึงการติดตามความคืบหน้าของการจัดการความเสี่ยงในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดทำแนวทางการเสริมสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง และบังคับใช้กับพนักงานทุกระดับทั่วทั้งองค์กร รวมทั้งมีการสื่อสารวัตถุประสงค์ และประโยชน์ที่ได้รับจากการบริหารความเสี่ยงขององค์กรให้พนักงานทุกคนทราบซึ่งแนวทางดังกล่าวมีองค์ประกอบ 6 ประการ ได้แก่
แนวทางวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง
การกำกับดูแลความเสี่ยง

ภาวะผู้นำ
- มีวาระพิจารณาความเสี่ยง เป็นหนึ่งในวาระที่ต้องมีการหารือทุกครั้ง
- ประธานในที่ประชุมจะหยิบยกประเด็นเรื่องความเสี่ยงแจ้งให้ที่ประชุมทราบทุกครั้งที่มีการประชุม เพื่อสร้างความตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ
- แนวทางการจัดการความเสี่ยงมีการติดตามอย่างใกล้ชิด และต้องปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยมีวาระสืบเนื่องเป็นวาระที่ต้องรายงานผลการปฏิบัติตามมติ (Follow up) การจัดการความเสี่ยง
- ประธานในที่ประชุมต้องรายงานผลการปฏิบัติการบริหารความเสี่ยงต่อที่ประชุมในลำดับชั้นถัดไป

โครงสร้างการบริหารความเสี่ยง

การจัดการความเสี่ยง
บริษัทฯ นำเทคนิคการจัดการความเสี่ยงมาประยุกต์ตามกรอบการบริหารความเสี่ยงตามหลักเกณฑ์วิชาการ และนำเทคนิคเชิงจิตวิทยามาผสมผสานร่วมกัน ดังนี้
- นำกรอบการบริหารความเสี่ยง COSO ERM 2017 และมาตรฐาน ISO 9001:2015 มาใช้เป็นเครื่องมือในการระบุความเสี่ยง การประเมินความเสี่ยง การจัดการความเสี่ยงและการติดตามรายงานผล รวมทั้งนำตัวชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicator) มาใช้เป็นตัวเตือนภัยความเสี่ยงเพื่อให้เกิดการเตรียมความพร้อมและหามาตรการป้องกันเชิงรุกหากมีแนวโน้มโอกาสเกิด (Likelihood) หรือ ผลกระทบ (Impact) ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
- การตรวจติดตามระบบบริหารงานคุณภาพ โดยพนักงานที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจประเมินระบบภายใน (Internal Quality Audit / IQA) ในระดับกระบวนการ ซึ่งขอบเขตการตรวจสอบครอบคลุมความเสี่ยงด้าน ESG (E = Environment, S = Social, G = Governance) รวมถึงความปลอดภัย ที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อม และหาแนวทางจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม
- รณรงค์การสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงของหัวหน้างาน โดยให้หัวหน้างานประเมินตนเอง (Self-Declared) ทุก ๆ 2 ปี
- การวัดผลการสร้างวัฒนธรรมในการบริหารความเสี่ยงโดยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาประเมินหัวหน้างาน ทุก ๆ 2 ปี
โดยมีเป้าหมายของกิจกรรม คือ การสร้างการตระหนักรู้ด้านการบริหารความเสี่ยงแก่พนักงานไม่น้อยกว่า 80% ผลพบว่า พนักงานมีการตระหนักรู้ด้านการบริหารความเสี่ยง 95% โดยหัวข้อที่พนักงานให้คะแนนหัวหน้างาน/ผู้บังคับบัญชาสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่
- ผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญด้านการบริหารความเสี่ยง และได้รับความรู้ความเข้าใจถึงการจัดการความเสี่ยงในการทำงานจริง
- ข้าพเจ้ารับทราบความเสี่ยงระดับองค์กร พร้อมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับความเสี่ยงของบริษัทฯ จากผู้บังคับบัญชา และ/หรือ ผู้บริหารระดับสูง
- ผู้บังคับบัญชารับฟังข้อมูลฯ จากข้าพเจ้าเพื่อใช้ในการจัดการความเสี่ยงในงาน

การสื่อสารด้านความเสี่ยง

การเผยแพร่ความรู้ด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง

Agile Transformation กับการพัฒนากระบวนการบริหารความเสี่ยง
บริษัทฯ ได้นำแนวคิดการทำงานแบบ Agile มาปรับใช้ในองค์กร ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนากระบวนการบริหารความเสี่ยงในรูปแบบใหม่ เช่น
การบริหารความเสี่ยงแบบ 360°
การบริหารความเสี่ยงตลอดกระบวนการทำงาน
Risk Management In-Process
กรรมการบริหาร
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
ผู้ถือหุ้น / นักลงทุน
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับความมั่นใจว่าบริษัทฯ มีระบบบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานสากล โปร่งใส และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- คาดหวังผลตอบแทนต่อเนื่อง ต้องการความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูล และความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและกฎระเบียบ
ลูกค้า
ผลกระทบเชิงบวก
- มั่นใจในคุณภาพโครงการที่มีการออกแบบเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม อาคารเขียว
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- คาดหวังความปลอดภัย คุณภาพการก่อสร้าง และความต่อเนื่องของโครงการแม้เกิดวิกฤต
พนักงาน
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับการฝึกอบรมและสร้างวัฒนธรรมตระหนักรู้ด้านความเสี่ยง มีระบบรองรับ BCP/DRP เพื่อความมั่นคงในการทำงาน
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- คาดหวังความมั่นคงทางอาชีพ การบริหารจัดการที่ลดผลกระทบจากวิกฤต และระบบดูแลความปลอดภัยไซเบอร์
คู่ค้า / ผู้รับเหมา
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับการสนับสนุนให้พัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงและ ESG ร่วมกัน สร้างมาตรฐานสูงขึ้นทั้งห่วงโซ่อุปทาน
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- คาดหวังการคัดเลือกที่เป็นธรรม การบริหารจัดการความเสี่ยงที่ไม่ถ่ายโอนภาระไปยังคู่ค้า และการชำระเงินที่ตรงเวลา
ชุมชน / สังคม
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้ประโยชน์จากโครงการที่ออกแบบให้ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการป้องกันภัยพิบัติ
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- คาดหวังให้บริษัทฯ บริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น น้ำทิ้ง น้ำท่วม รวมถึงการสื่อสารอย่างโปร่งใส
หน่วยงานราชการและหน่วยงานกำกับภายนอก
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้เห็นการปฏิบัติที่สอดคล้องกับกฎหมายและกฎเกณฑ์ ลดความเสี่ยงด้านการไม่ปฏิบัติตาม
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- คาดหวังการรายงานที่ถูกต้องตามกรอบ เช่น GRI, TCFD, กฎหมายสิ่งแวดล้อม และมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน