สิทธิมนุษยชนและสิทธิเด็ก
ผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาส

บริษัทฯ ตระหนักดีว่าการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน นอกจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าแล้ว บริษัทฯ ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และชุมชนโดยรอบอย่างรอบด้าน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจมีความยั่งยืนอย่างแท้จริง ดังนั้น ความท้าทายสำคัญที่องค์กรต้องให้ความสำคัญ ได้แก่ การรักษาสมดุลระหว่างการขยายพัฒนาโครงการไปยังจังหวัดหรือพื้นที่ใหม่ ๆ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนความคาดหวังที่สูงขึ้นจากผู้บริโภค นักลงทุน และสังคมต่อมาตรฐานการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้
ในอีกด้านหนึ่ง ความท้าทายดังกล่าวได้เปิดโอกาสเชิงกลยุทธ์ให้บริษัทฯ สามารถสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ผ่านการขับเคลื่อนโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนคุณภาพชีวิตของชุมชน เช่น การพัฒนาโครงการที่ออกแบบตามเกณฑ์อาคารประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาและทักษะอาชีพเพื่อยกระดับศักยภาพของเยาวชน และการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย ต่าง ๆ เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ด้วยวิสัยทัศน์และแนวทางเชิงกลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืน ซึ่งจะนำไปสู่ความแข็งแกร่งของทั้งองค์กรและสังคมโดยรวมในระยะยาวเพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ
โดยบริษัทฯ คาดหวังว่าการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมและพัฒนาชุมชน (Community and Social Participation) จะช่วยให้บริษัทฯ มีการเติบโตอย่างยั่งยืน การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างราบรื่น สามารถสร้างภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือของชุมชนและสังคมที่มีต่อบริษัทฯ ในขณะเดียวบริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีส่วนช่วยเสริมสร้างความสามารถในการประกอบอาชีพให้กับชุมชนที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้กับชุมชน ตลอดจนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐาน และการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงสร้างการกำกับดูแล
โครงสร้างการกำกับดูแลด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ดำเนินการตามนโยบายและส่งเสริมประสิทธิภาพของการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องและมีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ โดยกำหนดเป็นหน้าที่ของพนักงานทุกคน ทุกระดับ ในการรับผิดชอบและปฏิบัติตามนโยบายนี้ ผ่านการกำกับดูแลโดยผู้เกี่ยวข้องหลัก ดังนี้
ผลการดำเนินงาน

ขั้นตอนการประเมินความเสี่ยงและบรรเทาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
ครอบคลุมกิจกรรมหลักของบริษัทฯ และบริษัทย่อย รวมถึงกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้สามารถดูแลและปกป้องสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียในทุกกลุ่ม ได้แก่ พนักงาน คู่ค้า/ผู้รับจ้างภายนอก ลูกค้า และชุมชน การประเมินนี้ดำเนินการเป็นประจำทุกปี
บริษัทฯ ดำเนินการระบุและประเมินประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมของบริษัทฯ บริษัทย่อย คู่ค้าและผู้รับจ้างภายนอกของบริษัทฯ โดยพิจารณาประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียโดยเฉพาะผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง เช่น แรงงานข้ามชาติ แรงงานหญิง แรงงานเด็ก LGBTQ+ และผู้พิการ เพื่อจัดลำดับความเสี่ยงและวางแผนการจัดการอย่างเหมาะสม โดยให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมในการระบุประเด็นปัญหาผ่าน การสัมภาษณ์ การ Focus group การเปิดรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ประกอบกับการวิจัยแนวโน้มในอนาคต การวิเคราะห์ข้อมูลภายในของบริษัทฯ และการเปรียบเทียบกับแนวปฏิบัติของธุรกิจในอุตสาหกรรมใกล้เคียง บริษัทฯ ได้กำหนด “สิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ (Salient Human Rights)” โดยจัดลำดับความสำคัญของประเด็นตาม “ความรุนแรงของผลกระทบต่อบุคคลเป็นหลัก” ตาม UN Guiding Principles on Business and Human Rights และบูรณาการเข้ากับกระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร
| กิจกรรมหลักของธุรกิจ | กระบวนการจัดซื้อ/จัดจ้าง | กระบวนการออกแบบ/การก่อสร้าง | การขาย | บริการหลังการขาย |
|---|---|---|---|---|
| ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน |
|
|
|
|
| ผู้มีส่วนได้เสีย |
|
|
|
|
ผลจากการประเมินและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) แสดงในตารางดังนี้
| สิทธิแรงงาน | สิทธิชุมชน | สิทธิของคู่ค้า | สิทธิของลูกค้า | ในห่วงโซ่อุปทาน |
|---|---|---|---|---|
|
|
|
|
|
บริษัทฯ ทำการประเมินระดับความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน โดยใช้เกณฑ์ประเมินระดับความรุนแรงของผลกระทบที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสีย จากระดับของผลกระทบ (scale) จำนวนของผู้ที่ได้รับผลกระทบ (scope) และความสามารถในการเยียวยาผลกระทบ (Irremediable character) ประกอบกับเกณฑ์ระดับโอกาสในการเกิด
| ผู้ได้รับผลกระทบ | ผลการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน |
|---|---|
| พื้นที่ปฏิบัติงาน สำนักงานใหญ่ และไซต์งานก่อสร้าง | 100% ของพื้นที่ปฏิบัติงานได้รับการประเมินผลกระทบฯ 100% ของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้กำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบแล้ว |
| คู่ค้ารายสำคัญ (Tier-1 suppliers) | คู่ค้ารายสำคัญที่ถูกประเมิน ไม่มีความเสี่ยงทางด้านสิทธิมนุษยชน |
ตารางประเมินระดับความเสี่ยง
สิทธิแรงงาน
สิทธิชุมชน
สิทธิลูกค้า
คู่ค้า/ผู้รับจ้างภายนอก
บริษัทฯ พบว่า มีประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อยู่ในระดับสูงจำนวน 1 ประเด็น ที่เกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน บริษัทฯ จึงกำหนดมาตรการจัดการเพื่อบรรเทาผลกระทบและป้องกันการเกิดขึ้นในอนาคต ตลอดจนการเยียวยาหรือฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม โดยร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบ หรือผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น พนักงาน คู่ค้า ลูกค้า และชุมชน ในการกำหนดมาตรการที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสม และเพียงพอ และได้ดำเนินงานตามมาตรการต่าง ๆ ดังนี้
| ขอบเขต | ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ | ผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบ | การดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อแก้ไข ป้องกัน และเยียวยา |
|---|---|---|---|
| กิจกรรม/การดำเนินงานของบริษัทฯ | สิทธิแรงงาน | ||
| สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน | พนักงาน |
|
|
| กิจกรรม/การดำเนินงานในห่วงโซ่อุปทานของคู่ค้าและผู้รับเหมา | สิทธิแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน | ||
| สุขภาพและความปลอดภัยของแรงงานของคู่ค้า และผู้รับเหมา | แรงงานของคู่ค้าและผู้รับเหมา |
|
|
| สิทธิชุมชน | |||
| สุขภาพ สุขอนามัย และความปลอดภัยของชุมชน | ชุมชนที่อยู่อาศัยบริเวณรอบโครงการ |
|
|
บริษัทฯ กำหนดให้มีการทบทวนประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปี เนื่องจากประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีกิจกรรมและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่แตกต่างจากเดิม นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ติดตามและประเมินผลการดำเนินมาตรการแก้ไขและป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ ด้วยการกำหนดดัชนีชี้วัด (Indicators) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือที่ในการติดตามและวัดประสิทธิผล (Effectiveness) ของมาตรการที่ใช้ในการจัดการความเสี่ยง

การอบรมด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับพนักงานและคู่ค้า
แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสิทธิ-มนุษยชนภายใน เช่น การปฏิบัติที่เป็นธรรม การไม่เลือกปฏิบัติ ความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน โดยการอบรมนี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสังคม (Social Risk Management) ในห่วงโซ่-อุปทานครอบคลุมพนักงานทุกระดับและทุกหน่วยงาน โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งในรูปแบบ Online และ Onsite รวมทั้งหมด 331 คน ระดับความพึงพอใจภาพรวมการอบรม 84%
- พนักงาน 214 คน
- คู่ค้า 117 คน
- ลดการเลือกปฏิบัติและการคุกคาม รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้พนักงานเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจน
- เสริมสร้างวัฒนธรรมในการยอมรับความหลากหลาย (DEI) ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยทางจิตใจและความผูกพันต่อองค์กร
- มั่นใจในช่องทางการร้องเรียนและกระบวนการจัดการที่โปร่งใส เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ
- สนับสนุนให้คู่ค้านำความรู้ไปบริหารจัดการแรงงานอย่างมีจริยธรรมตามมาตรฐานสากล
- ลดความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน ช่วยคัดกรองและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจที่ราบรื่น
- สร้างความเชื่อมั่นในระบบธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยง
- สร้างความโปร่งใสผ่านการประกาศเจตนารมณ์ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
สนับสนุนให้พนักงานเข้าอบรมหลักสูตรพื้นฐานกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ในรูปแบบ e-Learning ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้พัฒนาหลักสูตรขึ้นมา เพื่อให้พนักงานและบุคลากรในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็นได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ เรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา และเมื่อพนักงานเข้าเรียนพร้อมทำแบบทดสอบหลังเรียนผ่านแล้วจะได้รับ Certificate อีกด้วย โดยมีพนักงานเข้าร่วมอบรม 509 คน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการอบรมและสื่อสารด้านสิทธิมนุษยชนแก่พนักงานใหม่ทุกคน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และปลูกฝังจิตสำนึกในการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียม และการไม่เลือกปฏิบัติในทุกระดับของการทำงาน มุ่งเน้นการป้องกันการคุกคามและการละเมิดในทุกรูปแบบ การอบรมดังกล่าวช่วยให้พนักงานตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของตนในการปฏิบัติงานอย่างมีจริยธรรม สอดคล้องกับกฎหมาย มาตรฐานสากล และค่านิยมขององค์กร โดยในปี 2568 อบรมพนักงานใหม่ 100%

บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมสัมมนาเชิงวิชาการในหัวข้อ การสร้างวินัยเชิงบวกสำหรับหัวหน้างานยุคใหม่ ทั้งระดับผู้จัดการ หัวหน้างาน และพนักงาน โดยเปิดให้เข้าร่วมทั้งรูปแบบ Onsite และ Online ผ่านระบบ Google Meet เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานต่าง ๆ ภายในองค์กร กิจกรรมสัมมนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาทักษะของหัวหน้างานให้สามารถบริหารจัดการทีมงานด้วยแนวทางเชิงบวก โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างวินัยในองค์กรควบคู่กับการเคารพสิทธิมนุษยชน และหลักธรรมมาภิบาล
เนื้อหาหลักของการสัมมนาครอบคลุมประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของหัวหน้างานในการดูแล และเสริมสร้างวินัยภายในทีม โดยเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่ของหัวหน้างานในการส่งเสริมพฤติกรรมที่เหมาะสมของพนักงานให้สอดคล้องกับค่านิยมขององค์กร พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย และระเบียบวินัยในสถานประกอบการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจกรอบกฎหมาย และบทลงโทษทางวินัยที่ถูกต้อง การดำเนินการทางวินัยที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงขั้นตอนที่โปร่งใส เป็นธรรม และสิทธิมนุษยชน
รวมถึงการนำเสนอกรณีตัวอย่างของความผิดทางวินัย การจัดการกับรายงานหรือสถานการณ์การกลั่นแกล้งหรือการก่อกวนคุกคาม และแนวทางการลงโทษ เพิ่อให้ผู้เข้าร่วมได้วิเคราะห์ และศึกษาแนวทางปฏิบัติในสถานการณ์จริง

การจัดตั้งคณะกรรมการด้านสวัสดิการ
บริษัทฯ สนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานสามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อทำหน้าที่นำเสนอข้อคิดเห็นและเจรจาหารือร่วมกับตัวแทนนายจ้างในการพัฒนาสวัสดิการอื่น ๆ นอกเหนือจากกฎหมายกำหนดได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของพนักงาน จึงจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการสวัสดิการ และ ชมรมศุภาลัยสัมพันธ์ ดำรงวาระ 2 ปี (ปี 2567-2568) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566 ทดแทนคณะกรรมการสวัสดิการฯ ชุดเดิมที่ครบวาระ โดยมีพนักงานสมัครเข้าร่วมคัดเลือกเพื่อเป็นคณะกรรมการสวัสดิการ และ ชมรมศุภาลัยสัมพันธ์ จำนวน 14 คน และได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการทั้งสิ้น 12 คน พนักงานมาใช้สิทธิการเลือกตั้งทั้งหมด 725 คน คิดเป็น 50.38% ของพนักงานทั้งหมด
การสนับสนุนด้านสิทธิเด็ก
บริษัทฯ ยึดมั่นในหลักการสิทธิมนุษยชนและการดำเนินธุรกิจให้ความสำคัญเกี่ยวกับสิทธิเด็ก ครอบคลุมทั้งในห่วงโซ่อุปทาน สนับสนุนเรื่องสิทธิเด็กในการดําเนินงานของบริษัทฯ และผ่านโครงการต่าง ๆ ดังนี้







