การปฎิบัติด้านแรงงาน
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมายการอบรมและพัฒนาศักยภาพพนักงาน
ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส

บริษัทฯ กำหนดให้ประเด็นมาตรฐานแรงงานและสิทธิมนุษยชนเป็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืนระดับองค์กร (Enterprise Sustainability Risk) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ผ่านการดำเนินงานของคณะกรรมการด้านความยั่งยืน โดยมีการนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมรายงานผลการประเมินความเสี่ยงด้านแรงงาน สิทธิมนุษยชน และสภาพการจ้างงานเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงดังกล่าวได้รับการบูรณาการเข้าสู่กระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM) และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ
หากบริษัทฯ ขาดกลไกการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในห่วงโซ่อุปทานที่มีการใช้แรงงานจำนวนมาก อาจนำไปสู่ความเสี่ยงสำคัญด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น การใช้แรงงานเด็ก การบังคับใช้แรงงาน หรือการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียม ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชื่อเสียง ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย และอาจนำไปสู่ข้อพิพาททางกฎหมายที่ทำให้การดำเนินโครงการหยุดชะงัก นอกจากนี้ ความเสี่ยงจากการขาดแคลนแรงงานฝีมือหรือการสูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถเนื่องจากการดูแลที่ไม่ครอบคลุม ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงคุณภาพของงานก่อสร้างและขีดความสามารถทางการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว
การมุ่งเน้นการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมจะช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาธุรกิจขององค์กรได้อย่างยั่งยืน ทั้งสามารถเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน เนื่องจากบริษัทฯ มีภาพลักษณ์ที่ดี ส่งผลทางบวกต่อการสรรหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติและมีความเหมาะสมเข้ามาร่วมงานกับบริษัทฯ และเป็นกลยุทธ์ในการรักษาพนักงานที่มีความรู้ความสามารถให้อยู่กับบริษัทฯ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านธุรกิจ อีกทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอ่อนไหว และสามารถเชื่อมโยงกับประเด็นอื่น ๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อเนื่องมาจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ นอกจากนี้ในแง่มุมที่พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียจะได้รับประโยชน์หรือโอกาสจากความมุ่งมั่นดำเนินงานด้วยการเคารพสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม ได้แก่ พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ตลอดจนพนักงานของคู่ค้าจะได้รับประโยชน์จากการที่บริษัทฯ ขอความร่วมมือคู่ค้าในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน
กลยุทธ์และการบริหารจัดการ

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมในทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน จึงดำเนินงานด้านความหลากหลายและความเท่าเทียม โดยบริษัทฯ มีนโยบายเรื่องการสรรหาว่าจ้างโดยยึดหลักจริยธรรม ไม่มีการเลือกปฏิบัติ หรือ กีดกัน อันเนื่องมาจากความหลากหลายของบุคคล ได้แก่ เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ภาษา สีผิว เพศ ความพิการ ความคิดเห็นทางการเมือง หรือเรื่องอื่นใด โดยจะพิจารณาถึงความเหมาะสมของหน้าที่ความรับผิดชอบเป็นราย ๆ ไป รวมทั้งไม่มีการใช้หรือจ้างงานเด็ก มีระบบการสรรหาและคัดเลือกพนักงานที่มีมาตรฐาน มีการเปิดโอกาสให้กับผู้ที่มีความสนใจเข้ามาร่วมงานกับบริษัทฯ อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน
บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลรายงานด้านความยั่งยืนตามเกณฑ์มาตรฐานสากล GRI Standards ตามเกณฑ์ GRI 401: Employment 2016, GRI 403: Occupational Health and Safety 2018, GRI 404: Training and Education 2016, GRI 405: Diversity and Equal Opportunity 2016, GRI 408: Child Labor 2016 และ GRI 409: Forced or Compulsory Labor 2016 ดำเนินธุรกิจตามแนวปฏิบัติสากลที่เกี่ยวข้องกับการเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนทั่วทั้งองค์กร และเสริมสร้างความมั่นใจว่าพนักงานทุกคนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มจะได้รับการปฏิบัติ ปกป้อง และเคารพสิทธิพื้นฐานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ในขณะเดียวกัน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออก การสมาคม และการเจรจาต่อรอง การได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม รวมถึงการให้ความสําคัญกับการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง เพื่อนําไปสู่การบรรเทาความเสี่ยงในประเด็นการค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ แรงงานเด็ก โดยมุ่งมั่นขจัดการเลือกปฏิบัติโดยสิ้นเชิง และต่อต้านการคุกคามในทุกรูปแบบ

นโยบายและความมุ่งมั่น
บริษัทฯ ตระหนักดีว่าบุคคลทุกคนต่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรีในตนเองอย่างเท่าเทียมกัน จึงได้กำหนด “นโยบายสิทธิมนุษยชน” เพื่อเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจที่เคารพต่อสิทธิมนุษยชนอันเป็นคุณธรรมพื้นฐานของการทำงานและการอยู่ร่วมกัน โดยนโยบายนี้ถูกบูรณาการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรและพฤติกรรมอันพึงประสงค์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าวิธีการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และวิถีการปฏิบัติงานของพนักงานในทุกระดับ ตั้งแต่คณะกรรมการบริษัท ไปจนถึงพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน จะอยู่บนหลักการเคารพในเกียรติและศักดิ์ศรีซึ่งกันและกันอย่างยั่งยืน
เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยยึดถือหลักการด้านสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานแรงงานตามแนวทางของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights: UDHR) หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) และปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work: ILO Declaration) โดยบริษัทฯ บูรณาการหลักการดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการดำเนินธุรกิจ นโยบายองค์กร และการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อส่งเสริมการเคารพ คุ้มครอง และไม่ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกกิจกรรมทางธุรกิจ
บริษัทฯ ได้ดำเนินกระบวนการตรวจสอบสถานะด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence:HRDD) อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การระบุและประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน การกำหนดมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบ การติดตามและประเมินประสิทธิผลของมาตรการที่ดำเนินการ ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลและการจัดให้มีกลไกการเยียวยาที่เหมาะสม (Identify–Prevent–Mitigate–Track–Communicate–Remedy) โดยครอบคลุมพนักงาน ลูกจ้างในโครงการก่อสร้าง แรงงานข้ามชาติ ตลอดจนแรงงานของคู่ค้าและผู้รับเหมาในห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทฯ
แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โปร่งใส และรับผิดชอบต่อสังคมพร้อมทั้งสนับสนุนการสร้างสภาพการจ้างงานที่เป็นธรรม การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงานอย่างต่อเนื่อง อันเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจบนรากฐานของความเท่าเทียมและหลักสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั่วทั้งองค์กร โดยสื่อสารนโยบายมาตรฐานแรงงานให้พนักงานรับทราบอย่างทั่วถึงและนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมจัดทำฉบับแปลภาษาอังกฤษสื่อสารบนเว็บไซต์บริษัทฯ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้าถึงข้อมูลและนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องแม่นยำตามมาตรฐานเดียวกัน
บริษัทฯ ยึดมั่นว่าพนักงานทุกระดับคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดและเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการบนพื้นฐานของความเสมอภาคและเป็นธรรม ทั้งในด้านค่าตอบแทน การแต่งตั้งโยกย้าย และการพัฒนาศักยภาพ ตลอดจนปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและมาตรฐานสวัสดิภาพอย่างเคร่งครัด บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นหนึ่งเดียว เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่เลือกปฏิบัติโดยครอบคลุมแรงงานที่เป็นสตรี ผู้พิการ และกลุ่มผู้ด้อยโอกาส พร้อมทั้งมีมาตรการดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัยที่เข้มงวด โดยเฉพาะการคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างหญิงมีครรภ์
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความผูกพันของพนักงานผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์วัฒนธรรมองค์กรที่ดี และจัดให้มีกลไกรับฟังความคิดเห็นหรือข้อร้องทุกข์ที่เป็นความลับผ่านคณะกรรมการสวัสดิการและชมรมศุภาลัยสัมพันธ์ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม มีความมั่นคงในอาชีพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งในระดับบุคคลและครอบครัว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาองค์กรสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน
กำหนดการพัฒนาพนักงาน โดยใช้ระบบการประเมินศักยภาพรายบุคคล (Competency Based Development) เป็นกลไกหลักในการยกระดับทักษะทั้งด้านวิชาชีพ การบริหาร และความคิดสร้างสรรค์ ผ่านแผนการฝึกอบรมประจำปี (Annual Training Plan) ทั้งภายในและภายนอกที่มีการกำหนดชั่วโมงอบรมขั้นต่ำอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้การสนับสนุนด้านงบประมาณที่เหมาะสม บริษัทฯ มุ่งสร้างพนักงานให้เป็น "คนดีและคนเก่ง" ที่มีความรับผิดชอบ มีจิตอาสา และมีความสามัคคี เพื่อปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของบุคลากรให้เติบโตและขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กรไปพร้อมกัน
บริษัทฯ ดำเนินการจ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมทัดเทียมกลุ่มธุรกิจประเภทเดียวกัน และสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยระยะสั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำกำไรในแต่ละปี ปราศจากการเลือกปฏิบัติอันมีพื้นฐานมาจาก เชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ เพศ ความพิการ หรือ สถานภาพส่วนตัวอื่นใด โดยการประเมินผลจะสอดคล้องกับระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานที่มีแบบและหลักเกณฑ์ประเมินผลที่กำหนดไว้อย่างเปิดเผยและชัดเจน โดยมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี ปลอดภัย มีสวัสดิการที่ดีให้กับพนักงาน รวมทั้งจัดหานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการทำงานเพื่อตอบแทนพนักงานทุกคนที่ดำเนินงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ
บริษัทฯ เน้นกระบวนการที่โปร่งใส ยุติธรรม และสอดคล้องกับกฎหมายแรงงานรวมถึงมาตรฐานสากลโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ ทุกการเลิกจ้างต้องมีเหตุผลชัดเจนและมีการบอกกล่าวล่วงหน้าเพื่อให้พนักงานมีเวลาปรับตัว พร้อมทั้งสนับสนุนการจ่ายค่าชดเชยที่เป็นธรรมและโปรแกรมช่วยเหลือในการพัฒนาทักษะเพื่อเป็นโอกาสในการหางานใหม่ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดให้มีกลไกอุทธรณ์และคณะกรรมการพิจารณาเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อป้องกันการตอบโต้ และเยียวยาหากพบการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม โดยมีการกำกับดูแลและประเมินผลอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการบุคลากรเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด
ส่งเสริมความหลากหลายและเสมอภาคในทุกระดับ ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เคารพในศักดิ์ศรีและสิทธิมนุษยชนของพนักงานทุกคน นโยบายนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความตั้งใจในการสร้างความเป็นธรรมในองค์กร แต่ยังเป็นการสร้างความเข้าใจและสนับสนุนการยอมรับในคุณค่าของความเท่าเทียมทางเพศและสิทธิของสตรี รวมถึงสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาสที่เท่าเทียม การพัฒนาศักยภาพ และการคุ้มครองสิทธิของสตรีอย่างครอบคลุมและเป็นรูปธรรม
เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนได้รับโอกาสที่เป็นธรรม ปลอดจากการเลือกปฏิบัติ และสามารถเติบโตในสายอาชีพได้อย่างเท่าเทียม ช่วยสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสีย โดยครอบคลุมพนักงานทุกระดับ และผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ
บริษัทฯ มุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ตามหลักสิทธิมนุษยชนและจริยธรรม โดยให้ความสำคัญกับการจ้างงานและค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ปราศจากการเลือกปฏิบัติและยอมรับความหลากหลาย พร้อมส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่องผ่านการอบรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ยังยึดถือมาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่เข้มงวด จัดสวัสดิการที่ครอบคลุมที่มากกว่ามาตรฐานกฎหมาย และจัดให้มีกลไกรับร้องเรียนที่โปร่งใสพร้อมระบบคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความสุขและความผาสุกให้แก่พนักงาน อันเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน
บริษัทฯ ยึดมั่นในการปฏิบัติต่อแรงงานตามมาตรฐานสากล (ILO) โดยสนับสนุนเสรีภาพในการรวมกลุ่มและสิทธิในการร่วมเจรจาต่อรองของบุคลากรอย่างอิสระภายใต้กรอบกฎหมาย เพื่อสร้างความร่วมมือและรักษาสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้ของพนักงาน ในด้านสภาพการจ้างงาน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเพื่อให้จำนวนชั่วโมงทำงานที่ไม่มากเกินควร โดยกำกับดูแลชั่วโมงทำงานและการทำงานล่วงเวลาให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งคุ้มครองสิทธิในการได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม โดยกำหนดค่าตอบแทนที่ไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำและเพียงพอต่อการดำรงชีวิต เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของบุคลากรในระยะยาว
บริษัทฯ เน้นย้ำการจ้างงานอย่างมีจริยธรรม (Ethical Recruitment) เพื่อป้องกันแรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ โดยจัดทำสัญญาจ้างในภาษาที่แรงงานเข้าใจ ไม่มีการยึดเอกสารส่วนตัว (เช่น หนังสือเดินทาง) และกำกับดูแลให้คู่ค้า/ผู้รับเหมาปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเปิดช่องทางร้องเรียน (Grievance Mechanism) ที่เข้าถึงได้จริงพร้อมระบบคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสร้างคุณค่าร่วมกันในสังคมอย่างยั่งยืน
บริษัทฯ มุ่งเน้นการปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเสมอภาค เป็นธรรม และโปร่งใส บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน โดยมีกระบวนการคัดเลือกและประเมินคู่ค้าที่ชัดเจน ไม่เลือกปฏิบัติ และปราศจากการขัดแย้งทางผลประโยชน์ รวมถึงยึดถือแนวทางต่อต้านการทุจริตอย่างเคร่งครัดโดยไม่เรียกรับ หรือจ่ายผลประโยชน์ที่ไม่สุจริตในทุกกรณี บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบผ่านนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) และการคัดกรองคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่สนับสนุนธุรกิจผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังเน้นการปฏิบัติตามพันธสัญญาอย่างเคร่งครัด มีระบบการจัดการและติดตามที่ป้องกันการทุจริตในทุกขั้นตอน และมีนโยบายการชำระเงินที่ตรงเวลาตามเงื่อนไขสินเชื่อทางการค้า (Credit Term) ที่ตกลงกันอย่างเป็นธรรม ตลอดจนมุ่งมั่นสร้างสัมพันธภาพที่ยั่งยืนผ่านการส่งเสริมศักยภาพและนวัตกรรมร่วมกับคู่ค้า เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน โดยเปิดให้มีช่องทางในการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน จากการกระทำผิดกฎหมาย จรรยาบรรณ พฤติกรรม ที่อาจส่อถึงการทุจริตหรือประพฤติมิชอบของบุคคลในองค์กร ทั้งจากพนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม รวมทั้งมีกลไกในการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล และให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลข้อร้องเรียนเป็นความลับ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ร้องเรียน ซึ่งได้กำหนดเป็นขั้นตอนการดำเนินการการสอบสวนข้อเท็จจริง การสรุปผล รวมถึงมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส หรือผู้ร้องเรียนไว้อย่างชัดเจนไม่ให้ได้รับความเดือดร้อน โดยสามารถแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียนผ่านอีเมล anti-corruption@supalai.com หรือกล่องรับความคิดเห็นบริเวณบันไดหนีไฟของแต่ละชั้นของอาคารศุภาลัย แกรนด์ ทาวเวอร์ พระราม 3 ซึ่งมีการรายงานตรงถึงกรรมการอิสระ
บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามโดยให้ความสำคัญและกำหนดเป็นนโยบายว่า พนักงานทุกคนต้องไม่กระทำการใด ๆ ที่มีลักษณะเป็นการคุกคามทางเพศไม่ว่าต่อพนักงานของบริษัทฯ หรือบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อธุรกิจ ทั้งนี้ รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศ การเกี้ยวพาราสี การลวนลาม การอนาจาร และการมีไว้ซึ่งภาพลามก อนาจาร ทั้งทางวาจา และการสัมผัสทางร่างกาย

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญและมีนโยบายว่าด้วยหลักสิทธิมนุษยชน โดยตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชนในฐานะหลักพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ ประกาศคำมั่นสาธารณะในการเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามหลักการที่บัญญัติไว้ใน ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR), หลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs), อนุสัญญาหลักขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO Core Conventions) เพราะเชื่อมั่นว่ามนุษย์ทุกคนมีศักดิ์ศรีและสิทธิเท่าเทียมกัน โดยนำแนวทางการตรวจสอบสถานะสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD: Human Rights Due Diligence) ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มาใช้เป็นแนวทางการดำเนินการเพื่อป้องกันหรือแก้ไขปัญหา และประเมินความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ พร้อมกำกับกระบวนการภายในบริษัทฯ ให้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งครอบคลุมความเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ เช่น สวัสดิการครอบคลุมคู่สมรสเพศเดียวกันที่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ช่องทางการแจ้งเบาะแสหากมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และสื่อสารเรื่องดังกล่าวไปยังคู่ค้า ฯลฯ รวมทั้งการทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยกำหนดเงื่อนไขการรับสมัครคู่ค้าจะต้องรับรองว่าจะไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และยินยอมให้บริษัทฯ นำเกณฑ์เรื่องสิทธิมนุษยชน ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม มาเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกและประเมินผล นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีกระบวนการสอบถามความต้องการของคนงาน/พนักงานของคู่ค้า เพื่อทำแผนพัฒนาความเป็นอยู่ร่วมกันกับคู่ค้า โดยมีการลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานตามแผนและรายงานผลต่อผู้บริหาร รวมถึงการปลูกฝังและเผยแพร่ให้เกิดการตระหนักในเรื่องของการเคารพสิทธิมนุษยชน ทั้งกับพนักงานภายในบริษัทฯ พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

กลไกการร้องเรียนและแจ้งเบาะแส
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด โดยได้กำหนดมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาที่เหมาะสม ทั้งในรูปแบบความช่วยเหลือด้านการเงินและการสนับสนุนด้านอื่นๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมของบริษัทฯ พร้อมจัดให้มีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน/แจ้งเบาะแส ไปยัง Supalai Contact Center 1720 รวมทั้งมีกลไกในการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล และให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลข้อร้องเรียนเป็นความลับ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ร้องเรียน ซึ่งได้กำหนดเป็นขั้นตอนการดำเนินการ การสอบสวนข้อเท็จจริง การสรุปผล รวมถึงมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส หรือผู้ร้องเรียนไว้อย่างชัดเจนไม่ให้ได้รับความเดือดร้อน โดยสามารถแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียนผ่านอีเมล anti-corruption@supalai.com หรือกล่องรับความคิดเห็นบริเวณบันไดหนีไฟของแต่ละชั้นของอาคารศุภาลัย แกรนด์ ทาวเวอร์ พระราม 3 ซึ่งมีการรายงานตรงถึงกรรมการตรวจสอบ
บริษัทฯ มีติดตามประสิทธิผลของกลไกรับเรื่องร้องเรียนผ่านตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่ ระยะเวลาในการดำเนินการอัตราการปิดข้อร้องเรียน ระดับความพึงพอใจของผู้ร้องเรียน และการไม่เกิดการตอบโต้ (Non-retaliation) โดยผลการดำเนินงานจะถูกรายงานต่อผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี
ผลการดำเนินงานปี 2568 ไม่มีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดข้อพิพาทด้านแรงงานที่สำคัญ รวมถึงการวัดผลของกลไกรับเรื่องร้องเรียนด้านแรงงานเป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทฯ กำหนด
ศึกษาข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติม การประเมินความเสี่ยงด้านแรงงาน ในหัวข้อ “สิทธิมนุษยชนและสิทธิเด็ก”

คณะกรรมการสวัสดิการ และ ชมรมศุภาลัยสัมพันธ์
บริษัทฯ ยึดมั่นในหลักสิทธิแรงงานสากลโดยการสนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสวัสดิการและสภาพการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน "คณะกรรมการสวัสดิการและชมรมสัมพันธ์ " ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยคณะกรรมการฯ ประกอบด้วยตัวแทนพนักงานจากฝ่ายงานต่าง ๆ จำนวน 12 คน ดำรงวาระ 2 ปี (ปี 2567-2568) ที่มาจากการคัดเลือกอย่างโปร่งใส มีวาระการปฏิบัติหน้าที่ชัดเจน โดยบทบาทหน้าที่ในการดําเนินการของคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ มีดังนี้
- ร่วมหารือกับนายจ้างเพื่อจัดสวัสดิการแก่ลูกจ้าง
- ให้คําปรึกษาและเสนอแนะความคิดเห็นแก่นายจ้างในการจัดสวัสดิการสําหรับลูกจ้าง
- ตรวจตรา ควบคุม ดูแล การจัดสวัสดิการที่นายจ้างจัดให้แก่ลูกจ้าง
- เสนอข้อคิดเห็นและแนวทางในการจัดสวัสดิการที่เป็นประโยชน์สําหรับลูกจ้างต่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงาน
กลไกนี้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนพนักงานในการหารือและร่วมเจรจาต่อรอง (Social Dialogue) กับนายจ้าง เพื่อเสนอแนะแนวทางจัดสวัสดิการที่เป็นประโยชน์ ตรวจตราและดูแลการจัดสวัสดิการให้เป็นไปตามข้อตกลง รวมถึงเป็นช่องทางสำคัญในการรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะผ่านระบบดิจิทัล (QR Code) เพื่อสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของบุคลากร การดำเนินการดังกล่าวแสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการรักษาสัมพันธภาพที่ดีระหว่างนายจ้างและพนักงาน และการเคารพในสิทธิการรวมกลุ่มเพื่อสร้างมาตรฐานแรงงานที่เป็นธรรมอย่างยั่งยืน ซึ่งมีจัดประชุมด้านกบริหารจัดการ ติดตามผล และรายงานร่วมกันทุกเดือน
ผลการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทฯ ไม่มีรายงานหรือสถานการณ์การกลั่นแกล้งเกิดขึ้นในที่ทำงาน

ช่องทางเสนอแนะหรือสอบถามเกี่ยวกับสวัสดิการของบริษัทฯ
แบบเสนอข้อคิดเห็นและแนวทางในการจัดสวัสดิการและความเป็นอยู่ที่เป็นประโยชน์ของบริษัทฯ
ผลการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานด้านการจัดการพนักงานและแรงงาน
ด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการไม่เลือกปฏิบัติ

การออกแบบและพัฒนาโครงการ
บริษัทฯ ดำเนินการเพื่อจัดการรับมือเรื่องความหลากหลายความเท่าเทียม การไม่เลือกปฏิบัติที่มีพื้นฐานมาจาก เชื้อชาติ ศาสนา เพศสภาพ อายุ สัญชาติ และความพิการ เริ่มตั้งแต่กระบวนการออกแบบ การพัฒนาโครงการอาคารชุด และโครงการแนวราบ ที่ใช้หลักการ Universal Design (UD) หรือ อารยสถาปัตย์ การออกแบบสภาพแวดล้อมให้ทุกคนสามารถเข้าถึง เข้าใจ และใช้งานได้โดยเท่าเทียมกัน โดยคำนึงถึงเพศ วัย ความสามารถ หรือความพิการ ครอบคลุมถึงเด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ใช้บริการทั่วไป รวมถึงการออกแบบด้านสุขภาวะที่ดี (Well-being) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า
บริษัทฯ ดำเนินการประเมินการเข้าถึงดังกล่าวในอาคาร โดยพิจารณาองค์ประกอบที่สำคัญ เช่น ทางลาด ลิฟต์ ห้องน้ำสำหรับผู้พิการ ที่จอดรถ และเส้นทางสัญจรภายในอาคาร รวมถึงพื้นที่ส่วนกลาง เช่น สวน ทางเดิน ให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการเคารพสิทธิมนุษยชน การไม่เลือกปฏิบัติ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียม
Universal Design: ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้เข้าถึงได้สำหรับคนทุกวัย
Disabled Persons Access: ออกแบบคำนึงถึงผู้พิการ การเข้าถึงอาคารสำหรับผู้พิการและผู้มีข้อจำกัดทางกายภาพ
Community: สร้างพื้นที่ส่วนกลางที่ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ เช่น สวน, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, Co-working space
Consideration of Access via Public Transport: การเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะในขั้นตอนการออกแบบและพัฒนาโครงการ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเลือกทำเล การออกแบบ และการพัฒนาโครงการโดยคำนึงถึงการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ ได้บูรณาการการพิจารณาประเด็นดังกล่าวในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการและการออกแบบผังโครงการ อาทิ การพิจารณาระยะทางจากระบบขนส่งสาธารณะหลัก ความสะดวกในการเชื่อมต่อทางเดินเท้า รวมถึงการจัดสรรพื้นที่รับ–ส่งภายในโครงการเพื่อช่วยลดการพึ่งพาการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย และสนับสนุนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน