การบริหารจัดการน้ำและน้ำทิ้ง
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย ปี 2573
ผลการดำเนินงาน

ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส
บริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการบริหารจัดการน้ำและน้ำทิ้งผ่านแนวนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมมิติต่าง ๆ ของการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืน ตัวอย่างที่สะท้อนถึงความตั้งใจดังกล่าวคือโครงการ Supalai Grand Tower ซึ่งได้นำน้ำควบแน่นจากระบบปรับอากาศกลับมาใช้ใหม่ ทั้งในระบบแอร์แบบแยกส่วนและการรดน้ำต้นไม้ภายในพื้นที่โครงการ การดำเนินการนี้ไม่เพียงเป็นการลดการใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติ แต่ยังเป็นต้นแบบของการจัดการทรัพยากรที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแนวนโยบายและโครงการนำร่องที่สะท้อนความตั้งใจ แต่การขยายแนวทางดังกล่าวไปสู่โครงการอื่นภายใต้พอร์ตของบริษัทก็ยังคงเผชิญกับข้อจำกัดและความท้าทายในหลายมิติ ทั้งด้านเทคนิค งบประมาณ และโครงสร้างพื้นฐานของระบบน้ำในแต่ละโครงการ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามลักษณะอาคารและผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ การปลูกฝังวัฒนธรรมการใช้น้ำอย่างประหยัดและส่งเสริมการคัดแยกของเสียยังคงเป็นเรื่องท้าทาย เพราะต้องอาศัยการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง การมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในระดับโครงการ ตลอดจนการพัฒนาเครื่องมือและระบบติดตามผลที่มีประสิทธิภาพ
แม้จะมีความท้าทาย แต่บริบทเหล่านี้ก็เปิดโอกาสให้ศุภาลัยสามารถยกระดับการบริหารจัดการน้ำไปสู่การเป็นแนวปฏิบัติที่ดีของภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมด้านการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ การเก็บน้ำฝน หรือการติดตั้งระบบวัดปริมาณการใช้น้ำแบบ real-time ล้วนสามารถต่อยอดจากโครงการต้นแบบไปสู่ระบบที่ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรในฐานะผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น การดำเนินการเหล่านี้ยังสอดคล้องโดยตรงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะ SDG เป้าหมายที่ 6 ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงน้ำสะอาด การบำบัดน้ำเสีย และการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ ทั้งนี้ หากสามารถขยายแนวทางความร่วมมือกับภาครัฐหรือองค์กรภายนอกเพื่อนำเทคโนโลยีหรืองบประมาณมาสนับสนุนการจัดการน้ำในระดับโครงการหรือชุมชนโดยรอบ ก็จะยิ่งเสริมพลังให้บริษัทสามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง
การบริหารจัดการและกลยุทธ์
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ที่ต้องสอดคล้องกับหลักธรรมา ภิบาลด้านสิ่งแวดล้อม (E) ควบคู่กับการส่งเสริมบทบาทและพฤติกรรมของผู้มีส่วนได้เสีย (S) ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่มีเป้าหมายชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ (G) โดยมีแนวทางเชิงกลยุทธ์และแนวปฏิบัติที่สามารถดำเนินการจริงในแต่ละบริบทดังนี้
สำนักงานใหญ่

การบริหารจัดการน้ำ
- จัดให้มีระบบตรวจวัดการใช้น้ำในแต่ละส่วนของอาคาร เช่น พื้นที่สำนักงาน ห้องน้ำ และโรงอาหาร เพื่อแยกแยะการใช้น้ำและกำหนดเป้าหมายการลดการใช้น้ำแบบรายปี
- ติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดน้ำ เช่น ก๊อกน้ำระบบเซ็นเซอร์ โถสุขภัณฑ์ชนิด dual-flush และหัวฉีดประหยัดน้ำ
- รวบรวมและใช้ประโยชน์จากน้ำฝน (Rainwater Harvesting) ในการรดน้ำต้นไม้และงานดูแลภูมิทัศน์
การจัดการน้ำทิ้ง
- ตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งจากจุดใช้งานหลัก เช่น ห้องน้ำ และโรงอาหาร ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกรมควบคุมมลพิษก่อนปล่อยสู่ระบบบำบัดของกรุงเทพมหานครหรือท้องถิ่น
- ส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในกระบวนการทำความสะอาดเพื่อลดสารเคมีในน้ำทิ้ง
- จัดให้มีรายงานการตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งเป็นรายไตรมาส และเปิดเผยในรายงาน ESG/One Report อย่างโปร่งใส
โครงการอาคารสูง

การบริหารจัดการน้ำ
- ออกแบบระบบประปาภายในอาคารให้สามารถนำ น้ำควบแน่นจากระบบปรับอากาศ (Condensate Water) กลับมาใช้รดน้ำต้นไม้หรือทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลาง
- สนับสนุนการนำน้ำฝนกลับมาใช้ในระบบชะล้างพื้นและงานสวน โดยแยกระบบจากน้ำประปาเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
- ติดตั้งระบบวัดและแสดงข้อมูลการใช้น้ำแบบ real-time สำหรับลูกบ้านและนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการลดการใช้น้ำ
การจัดการน้ำทิ้ง
- จัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียเฉพาะภายในโครงการก่อนปล่อยลงท่อสาธารณะ โดยต้องผ่านเกณฑ์คุณภาพตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- ศึกษาและประเมินความเป็นไปได้ในการติดตั้งระบบ Greywater Recycling (การนำน้ำจากฝักบัว อ่างล้างหน้า กลับมาใช้ในโถส้วม) สำหรับอาคารที่ออกแบบใหม่
- มีการรายงานปริมาณน้ำทิ้งและค่าคุณภาพน้ำตามข้อกำหนดทางกฎหมาย และแนบรายงานใน One Report เป็นประจำทุกปี
โครงการแนวราบ

การบริหารจัดการน้ำ
- ออกแบบระบบเก็บน้ำฝนจากหลังคาบ้านและรางน้ำเพื่อใช้รดน้ำต้นไม้ในบริเวณบ้าน ส่งเสริมให้ลูกบ้านติดตั้งถังพักน้ำหรือระบบอัตโนมัติสำหรับสวน
- ติดตั้งถังสำรองน้ำและระบบควบคุมแรงดันน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการสูญเสียน้ำในระบบ
- จัดทำคู่มือการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าให้แก่ผู้ซื้อบ้าน และรณรงค์ผ่านกิจกรรม CSR ภายในหมู่บ้าน
การจัดการน้ำทิ้ง
- พัฒนาแบบบ้านให้รองรับการติดตั้งระบบแยก Greywater และ Blackwater (น้ำจากห้องน้ำ) เพื่อเตรียมพร้อมต่อการรีไซเคิลน้ำภายในครัวเรือน
- ตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสียจากบ่อเกรอะหรือบ่อดักไขมันเป็นระยะ และจัดให้มีการดูดถังบำบัดอย่างมีรอบระยะเวลาที่เหมาะสม
- ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อจัดการกับน้ำทิ้งจากพื้นที่ส่วนกลาง เช่น คลับเฮ้าส์ สนามเด็กเล่น หรือพื้นที่จัดกิจกรรมสาธารณะให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล
นอกจากนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำและน้ำทิ้งของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ไม่เกิดปัญหาและ/หรือข้อร้องเรียน บริษัทฯ จึงได้กำหนดการบริหารจัดการน้ำและน้ำทิ้งเชิงกลยุทธ์ (Water and Wastewater Management Strategy) ดังนี้
การจัดตั้งคณะทำงานด้าน ESG Water Taskforce
บริษัทฯ อยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินงานเพื่อแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะด้าน “Water & Wastewater Management” ภายใต้คณะกรรมการ ESG ของบริษัท โดยประกอบด้วยตัวแทนจากทุกฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้คณะทำงานชุดนี้มีบทบาทหน้าที่หลัก ดังนี้
- กำหนดนโยบายและมาตรฐานด้านการใช้น้ำและการบำบัดน้ำเสียสำหรับโครงการทุกประเภท
- ติดตาม ตรวจสอบ และรายงานผลการดำเนินงานรายไตรมาส
- ประสานงานกับคู่ค้าและผู้รับเหมาสำหรับการออกแบบและก่อสร้างระบบน้ำที่ยั่งยืนตั้งแต่ต้นทาง

การบูรณาการเข้ากับกระบวนการออกแบบและพัฒนาโครงการ
- Green Building Standard: กำหนดให้ทุกโครงการใหม่ของ SUPALAI ต้องผ่านเกณฑ์การออกแบบที่คำนึงถึง Water Efficiency เช่น การใช้วัสดุอุปกรณ์ประหยัดน้ำ การออกแบบระบบเก็บน้ำฝน และระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่
- Sustainable Procurement: กำหนดให้การจัดซื้อจัดจ้างวัสดุและอุปกรณ์เกี่ยวกับระบบประปา สุขาภิบาล และบำบัดน้ำต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม (เช่น มอก.เขียว หรือฉลากสิ่งแวดล้อม)

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย
- ภายในองค์กร: จัดทำแคมเปญ “ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า” สำหรับพนักงานสำนักงานใหญ่ ควบคู่กับการอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพน้ำและระบบบำบัด
- ลูกบ้านและผู้พักอาศัย: จัดทำคู่มือการใช้น้ำอย่างยั่งยืน และติดตั้งป้ายข้อมูลในพื้นที่ส่วนกลางเพื่อสร้างการตระหนักรู้ เช่น ปริมาณน้ำที่โครงการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ได้ในแต่ละเดือน
- ชุมชนรอบโครงการ: ร่วมมือกับเทศบาลหรือองค์กรชุมชนเพื่อส่งเสริมโครงการเก็บน้ำฝนหรือบ่อบำบัดน้ำเสียขนาดเล็กสำหรับใช้ประโยชน์ร่วมกัน

การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม
- พัฒนา ระบบ Monitoring & Control ที่เชื่อมต่อกับ IoT เพื่อตรวจวัดปริมาณการใช้น้ำและคุณภาพน้ำแบบ real-time พร้อมจัดทำ Dashboard รายงานผลแก่ผู้บริหาร
- สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&D) เกี่ยวกับการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ใหม่ เช่น ระบบกรองชีวภาพ (bio-filtration) หรือการใช้พืชบำบัดน้ำ (constructed wetlands) สำหรับโครงการแนวราบ
- นำระบบ Smart Metering มาใช้กับลูกบ้านในโครงการอาคารสูงและหมู่บ้าน เพื่อให้ผู้พักอาศัยเห็นการใช้น้ำของตนเองและเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยชุมชน

การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
- จัดทำ รายงานความยั่งยืน/One Report ที่เปิดเผยข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพเกี่ยวกับน้ำและน้ำทิ้ง เช่น ปริมาณการใช้น้ำรวม ปริมาณการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ และค่าคุณภาพน้ำทิ้ง
- จัดทำข้อมูลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น GRI Standards (GRI 303: Water and Effluents) และสอดรับกับเป้าหมาย SDG 6
- เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ผู้พักอาศัย นักลงทุน และหน่วยงานกำกับ สามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านเว็บไซต์หรือระบบรายงานออนไลน์ของบริษัทฯ

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
ลูกค้า
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้อยู่อาศัยในโครงการที่มีระบบจัดการน้ำที่ปลอดภัย คุณภาพน้ำสะอาด และมีค่าใช้จ่ายด้านค่าน้ำที่ลดลงจากระบบประหยัดน้ำ
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากระบบจัดการน้ำขัดข้องหรือไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้คุณภาพน้ำไม่เหมาะสมต่อการอุปโภคบริโภค และสร้างความไม่พอใจต่อผู้อยู่อาศัย
พนักงาน
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย เกิดความภาคภูมิใจในองค์กร
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากขาดการอบรมและมาตรการรองรับ อาจเกิดภาระงานเพิ่มขึ้นหรือมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสน้ำทิ้งที่ปนเปื้อน
คู่ค้า / ร้านค้า
ผลกระทบเชิงบวก
- มีโอกาสพัฒนานวัตกรรมร่วมกับ SUPALAI เช่น เทคโนโลยีประหยัดน้ำหรือระบบบำบัดที่ทันสมัย สร้างความน่าเชื่อถือและโอกาสทางธุรกิจ
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทเข้มงวดขึ้น คู่ค้าอาจมีต้นทุนสูงขึ้นในการปรับตัวตามข้อกำหนด
ผู้ถือหุ้น / นักลงทุน
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับประโยชน์จากภาพลักษณ์ที่ดีและความยั่งยืนขององค์กร ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและมูลค่าการลงทุนในระยะยาว
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากการบริหารจัดการน้ำไม่เป็นไปตามมาตรฐาน อาจสร้างความเสี่ยงด้านกฎหมาย ชื่อเสียง และกระทบต่อผลตอบแทนการลงทุน
ชุมชน / สังคม
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น ลดผลกระทบจากน้ำเสีย และสามารถเข้าถึงโครงการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากเกิดการรั่วไหลหรือปล่อยน้ำทิ้งที่ไม่ได้บำบัดอย่างเหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความสัมพันธ์กับชุมชน
หน่วยงานราชการ
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับความร่วมมือจากองค์กรเอกชนในการสนับสนุนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากบริษัทไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านน้ำและน้ำทิ้ง อาจกระทบต่อการบังคับใช้กฎหมายและสร้างปัญหาทางกฎหมายแก่บริษัท