การจัดการด้านพลังงาน
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
กลยุทธ์และการบริหารจัดการ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการออกแบบและพัฒนาโครงการโดยคำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การวางผังโครงการ การออกแบบอาคาร การเลือกใช้วัสดุ ไปจนถึงการติดตั้งระบบต่าง ๆ ภายในอาคาร เพื่อให้โครงการสามารถลดการใช้พลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม องค์กรได้นำหลักการออกแบบอาคารเขียว (Green Building) ตามมาตรฐานสากล เช่น LEED มาเป็นแนวทางสำคัญในการออกแบบ ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการทรัพยากร และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย
นอกจากนี้ ในการก่อสร้างและตกแต่งอาคาร บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญต่อการติดตั้งระบบและอุปกรณ์ที่ช่วยประหยัดพลังงาน เช่น อุปกรณ์ปรับอากาศประสิทธิภาพสูงที่ช่วยลดการใช้พลังงาน ระบบปรับอากาศที่สามารถควบคุมการใช้พลังงานได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการใช้งานจริงของแต่ละพื้นที่ หลอดไฟ LED ที่ใช้พลังงานน้อยแต่ให้ความสว่างสูง อีกทั้งยังเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ช่วยลดการสะสมความร้อนและเพิ่มการระบายอากาศ เช่น วัสดุฉนวนกันความร้อน กระจกประหยัดพลังงาน และวัสดุที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดภาระการทำความเย็น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงจากแหล่งพลังงานฟอสซิล และเพิ่มการผลิตและการใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนคู่ค้าให้บริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทานด้วย
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมนโยบายต่าง ๆ ของบริษัทฯ เช่น นโยบายการใช้ไฟฟ้าและแสงสว่าง นโยบายการใช้อุปกรณ์สำนักงาน นโยบายการใช้เครื่องปรับอากาศและพัดลมระบายอากาศ เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมถึงบริษัทย่อย ปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นรูปธรรม
ศึกษานโยบายได้ที่: นโยบายว่าด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
พนักงาน
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับความรู้และทักษะด้านการอนุรักษ์พลังงาน สามารถมีส่วนร่วมในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากขาดความรู้หรือไม่ปฏิบัติตามแนวทาง อาจทำให้มาตรการประหยัดพลังงานไม่ได้ผลตามเป้าหมาย
คู่ค้า / ร้านค้า
ผลกระทบเชิงบวก
- มีโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์/บริการด้านพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับบริษัท
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากไม่สามารถปรับตัวตามมาตรการด้านพลังงาน อาจถูกจำกัดการเป็นคู่ค้าหรือเสียโอกาสทางธุรกิจ
ลูกค้า
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้อยู่อาศัยในอาคารที่มีประสิทธิภาพพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากขาดการมีส่วนร่วมในการใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน อาจลดประสิทธิภาพของระบบและเพิ่มค่าใช้จ่าย
ชุมชน / สังคม
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับประโยชน์จากโครงการที่ลดการใช้พลังงานและปล่อยก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนภาพลักษณ์องค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากโครงการใช้พลังงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ อาจสร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและความเชื่อมั่นของชุมชน
หน่วยงานราชการ และหน่วยงานกำกับภายนอก
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมายและนโยบายด้านพลังงาน และมีข้อมูลสนับสนุนการกำหนดมาตรการใหม่ ๆ
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากบริษัทไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด อาจมีบทลงโทษทางกฎหมายหรือเสียโอกาสเข้าร่วมโครงการที่ภาครัฐสนับสนุน
ผู้ถือหุ้น / นักลงทุน
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับความมั่นใจว่าบริษัทมีการบริหารพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถแข่งขัน
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากการจัดการพลังงานไม่มีประสิทธิภาพ อาจส่งผลต่อผลประกอบการและความน่าสนใจในการลงทุน
ผลการดำเนินงาน
การออกแบบบ้าน และการเลือกใช้วัสดุประหยัดพลังงาน

บ้านอนุรักษ์พลังงานอัจฉริยะ
บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทุกองค์ประกอบบ้านทุกหลังได้รับการออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต สะท้อนแนวคิด “Smart Living for Sustainable Future” ที่ผสมผสานการใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาดควบคู่ไปกับการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว โดยได้ออกแบบโครงการบ้านอนุรักษ์พลังงานอัจฉริยะ เช่น โครงการ ศุภาลัย ทัสคานี พระราม 2–วงแหวน ซึ่งได้รับการรับรองประสิทธิภาพด้วยโล่เกียรติคุณความร่วมมือในการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานอย่างยั่งยืน โครงการบ้านและอาคารเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
บริษัทฯ ได้รับรางวัลประกวดโครงการบ้านและอาคารเบอร์ 5 ของ กฟผ. เน้นยกระดับประสิทธิภาพพลังงาน โดยบ้านต้องมีคะแนนรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 หรือคะแนนรวมจากเกณฑ์ประสิทธิภาพพลังงาน เช่น ผนัง หลังคา ไฟแสงสว่าง เครื่องปรับอากาศ และนวัตกรรมออกแบบพึ่งพาธรรมชาติ รวม 100-125 คะแนน โดยปี 2568 ได้รับรางวัลครบทั้ง 7 แบบบ้าน ได้แก่ MONTANA, ROSSELLA, GROSSO, JASMINE, GRANDINO, REGINA และ RICCO
| เกณฑ์ประสิทธิภาพพลังงาน | เกณฑ์นวัตกรรมและการออกแบบพึ่งพาธรรมชาติ | ผลประเมิน | การเลือกใช้พลังงานหมุนเวียน |
|---|---|---|---|
| 1. ระบบเปลือกอาคารส่วนผนัง | 1. Passive Design (ออกแบบเพื่อลดความร้อน) | ผ่านเกณฑ์ | 1. ติดตั้งระบบ Home Automation & Security ลดการใช้ไฟฟ้า และช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยภายในบ้าน |
| 2. ระบบเปลือกอาคารส่วนหลังคา | 2. Electricity Generation (ผลิตไฟฟ้าใช้เอง เช่น โซลาร์เซลล์) | ผ่านเกณฑ์ | 2. ติดตั้งระบบ Solar Cell เพื่อช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า |
| 3. ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง | 3. Automatic Control System (ระบบควบคุมอัจฉริยะ) | ผ่านเกณฑ์ | 3. การติดตั้ง EV Charger เพื่อรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง |
| 4. เครื่องปรับอากาศ | 4. Active Ventilation System (ระบบระบายอากาศ) | ผ่านเกณฑ์ | |
| 5. Energy Saving Innovation (นวัตกรรมประหยัดพลังงานอื่นๆ) | ผ่านเกณฑ์ |
การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

การใช้พลังงานหมุนเวียน
บริษัทฯ ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนโดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ภายในโครงการ เพื่อนำพลังงานสะอาดมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ทั้งยังช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้นำแนวคิดการใช้พลังงานสะอาดมาผนวกเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบและการสื่อสารด้านการตลาด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมการประหยัดพลังงานแก่ผู้อยู่อาศัย และสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม อันสอดคล้องกับเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ในปี 2568 ได้มีการพัฒนาโครงการศุภาลัย พรีโม่ อนุสาวรีย์ฯ ภูเก็ต ซึ่งมีการออกแบบผังโครงการ และทิศทางลม รวมถึง การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ช่วยลดโลกร้อน เช่น ก่อสร้างด้วยอิฐมวลเบาและฉนวนกันความร้อนทำให้อุณภูมิภายในบ้านเย็นลง ทำให้ประหยัดการใช้ไฟฟ้า และนำพลังงานทดแทนมาใช้โดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 3.3 กิโลวัตต์ต่อหลัง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 3.0 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) และประหยัดค่าไฟฟ้า* 22,000 บาท/ปี
(*อ้างอิงผลการคำนวณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และไฟฟ้าที่ผลิตได้ต่อปีในบ้านพักอาศัย ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (Thailand Greenhouse Gas Management Organization) หรือ อบก. )
ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงจากแหล่งพลังงานฟอสซิล

ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงจากแหล่งพลังงานฟอสซิล
บริษัทฯ มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน สนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระยะยาว ในปี 2568 ส่งเสริมการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) ทดแทนรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมด้านการขนส่ง ซึ่งเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมลพิษทางอากาศ ตลอดจนลดเสียงรบกวนจากการใช้งานยานพาหนะ
| ส่วนงาน | จำนวนเดิม (คัน) | จำนวนที่เพิ่มขึ้น (คัน) | รวมทั้งหมด (คัน) |
|---|---|---|---|
| 1. ส่วนกลาง (สำนักงานใหญ่) | 3 | 1 | 4 |
| 2. ส่วนงานโครงการ | 1 | 2 | 3 |
| รวม | 4 | 3 | 7 |
ลดต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษาในระยะยาว
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขนส่ง (Scope 1) 91.33 tCO2eq (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า)

ส่งเสริมการใช้ยานพาหนะประหยัดเชื้อเพลิงสำหรับงานรักษาความปลอดภัย
บริษัทฯ ส่งเสริมคู่ค้าให้ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงจากการใช้น้ำมัน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งมุ่งเน้นการลดมลภาวะทางเสียงและอากาศ โดยนำรถจักรยาน 3 คัน และรถจักรยานไฟฟ้า34 คัน รวมจำนวน 37 คัน มาใช้ในการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยในโครงการ เช่น การติดตามผู้ติดต่อจากภายนอก และการตรวจตราจุดลาดตระเวนภายในโครงการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลภาวะทางอากาศที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงของรถจักรยานยนต์
- ลดมลภาวะทางเสียง ที่รบกวนผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะในช่วงการลาดตระเวนยามวิกาล

การอนุรักษ์พลังงานอาคารสำนักงาน และอาคารเพื่อเช่า
บริษัทฯ ส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพโดยการเลือกใช้หลอดไฟที่มีมาตรฐานและประหยัดพลังงาน เช่น การใช้หลอดไฟ LED ที่ช่วยประหยัดการใช้พลังงานในบริเวณทางเดินพื้นที่ส่วนกลาง และภายในห้องน้ำ ของอาคารศุภาลัย แกรนด์ ทาวเวอร์ ที่นำมาใช้แทนหลอดชนิดเดิมใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่า นอกจากนี้ยังมีการตรวจวัดความเข้มของแสงอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้ระดับแสงที่เหมาะสมต่อการทำงาน และตรวจสอบความสะอาดของหลอดไฟเพื่อลดการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็น เพื่อมุ่งสู่การประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายขององค์กร และสร้างวัฒนธรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
สรุปสถิติปริมาณการใช้ไฟฟ้า
| อาคารศุภาลัย แกรนด์ ทาวเวอร์ | หน่วย : กิโลวัตต์ / ชั่วโมง | ||
|---|---|---|---|
| 2566 | 2567 | 2568 | |
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม | 35,493,036.38 | 28,721,821.12 | 23,459,920.10 |
| ปริมาณการซื้อไฟฟ้ามาใช้ | 33,984,186.56 | 26,978,401.91 | 21,976,054.48 |
| ปริมาณการผลิตไฟฟ้ามาใช้จากแหล่งพลังงานทดแทน | 1,508,849.82 | 1,743,419.21 | 1,483,865.62 |