การบริหารจัดการขยะและของเสีย
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย ปี 2573
ผลการดำเนินงาน

ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส
บริษัทฯ และบริษัทย่อยตระหนักถึงบทบาทของตนในฐานะองค์กรภาคธุรกิจที่มีส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงประเด็นสำคัญอย่างการจัดการขยะและของเสียอย่างเป็นระบบ บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางธุรกิจ เพื่อให้แนวทางการดำเนินงานครอบคลุมตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดซื้อจัดหาวัสดุ การก่อสร้าง การบริการ ไปจนถึงการจัดการหลังการส่งมอบ ทั้งนี้เพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นในทุกมิติ
ในด้านการจัดการขยะและของเสีย บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการกำจัดของเสียโดยคำนึงถึงหลักการลดการใช้ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) และการรีไซเคิล (Recycle) ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังส่งเสริมการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศผ่านการลดปริมาณของเสียอันตรายและการจัดการของเสียตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม การจัดการขยะและของเสียยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญขององค์กร โดยเฉพาะในมิติของการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในทุกระดับ ทั้งพนักงาน คู่ค้า และลูกค้า เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรม บริษัทฯ จึงได้ดำเนินการเสริมสร้างความรู้และความตระหนักเกี่ยวกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการฝึกอบรมภายใน การสื่อสารข้อมูลเชิงความรู้ และการปลูกฝังค่านิยมด้านความยั่งยืนให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร
อีกทั้ง บริษัทฯ ได้มีการพัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่สามารถประเมิน ตรวจสอบ และปรับปรุงได้อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการประเมินประเด็นด้านความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ (Materiality) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการของเสีย ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยได้นำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการกำหนดดัชนีชี้วัดและกลยุทธ์เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ
ด้วยความมุ่งมั่นดังกล่าว บริษัทฯ จึงดำเนินการจัดการขยะและของเสียไม่เพียงเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายหรือมาตรฐานอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล อันเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรและสังคมโดยรวมในระยะยาว
การบริหารจัดการและกลยุทธ์
เพื่อให้การดำเนินงานด้านการจัดการขยะและของเสียของบริษัทฯ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดตลอดห่วงโซ่คุณค่าของการดำเนิน บริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสรุปได้ดังนี้
การจัดการด้านความยั่งยืนระดับองค์กร
บริษัทฯ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างพอเพียงและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและการใช้วัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้พนักงานและคู่ค้า เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ช่วยลดของเสีย และผลักดันให้มีการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

แนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ กำหนดให้การจัดการขยะและของเสียเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตร การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการกำจัดของเสียอย่างเหมาะสม พร้อมจัดทำระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจแก่พนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงความยั่งยืนอย่างแท้จริง

การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัทฯ ส่งเสริมการปลูกฝังจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพแก่พนักงานผ่านแนวคิด 3Rs ได้แก่ Reduce, Reuse และ Recycle เพื่อลดการเกิดขยะ มลพิษ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์และอบรมให้ความรู้ควบคู่ไปกับการกำหนดนโยบายเฉพาะด้าน เช่น การใช้รถยนต์ ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ และการใช้อุปกรณ์สำนักงาน เพื่อให้เกิดการลดของเสียในระดับองค์กรและขยายผลสู่สังคมโดยรวมอย่างยั่งยืน

การลดขยะและการนำกลับมาใช้ใหม่
- ใช้กระดาษทั้งสองหน้า อย่าใช้เพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น
- กำหนดให้ใช้การส่งเอกสารต่อ ๆ กัน แทนการสำเนาเอกสารหลาย ๆ ชุด เพื่อประหยัดกระดาษ
- ลดการสูญเสียกระดาษเพิ่มมากขึ้น ด้วยการหลีกเลี่ยงการใช้กระดาษปะหน้าโทรสาร ชนิดเต็มแผ่น และหันมาใช้กระดาษขนาดเล็ก ที่สามารถตัดพับบนโทรสารได้ง่าย
- ใช้การส่งผ่านข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ผ่านระบบคอมพิวเตอร์แทนการส่งข่าวสารข้อมูลโดยเอกสาร
- สำหรับข้อมูลบางอย่างที่สามารถอ่านผ่านคอมพิวเตอร์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์ออกมา
- ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีบรรจุภัณฑ์ที่ยากต่อการทำลาย เช่น โฟม หรือพลาสติก ควรเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Reuse) หรือนำไปผ่านกระบวนการผลิตมาใช้ใหม่ได้ (Recycle)
- บริษัทฯ สนับสนุนสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์ เป็นวัสดุที่สามารถนำมาผ่านกระบวนการนำมาใช้ใหม่ (Recycle) เช่น แก้ว กระดาษ โลหะ พลาสติกบางประเภท
- หลีกเลี่ยงการใช้จานกระดาษ แก้วน้ำกระดาษ เวลาจัดงานสังสรรค์ต่าง ๆ

Self Proved
มีวัตถุประสงค์ เพื่อการนำเศษวัสดุก่อสร้างมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่าง ๆ อย่างสูงสุดในโครงการฯ ไม่เป็นขยะที่จะต้องนำไปทิ้งภายนอก และเพื่อช่วยลดต้นทุนที่เกี่ยวกับการนำเศษวัสดุในโครงการฯ และใช้ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายนอกโดยทางโครงการฯ จะมีการบริหารจัดการแยกขยะ เพื่อนำเศษจากการก่อสร้างให้เป็นมาตรฐาน
เป้าหมาย
ลดขยะจากการก่อสร้างให้เป็นมาตรฐาน 3,300 ตัน

เนื่องด้วยบริษัทฯ ตระหนักดีว่าการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเป็นกิจกรรมที่มีการใช้ทรัพยากรจำนวนมากและก่อให้เกิดของเสียหลากหลายประเภท เช่น เศษคอนกรีต ไม้ พลาสติก โลหะ และบรรจุภัณฑ์ก่อสร้าง ซึ่งหากขาดการจัดการที่เหมาะสมย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพชุมชน และความยั่งยืนของธุรกิจ ดังนั้น การจัดการขยะและของเสียในธุรกิจก่อสร้างจึงต้องมีแนวทางปฏิบัติที่เป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยสอดคล้องกับมาตรฐานและแนวคิดสากล ดังนี้
1. การป้องกันและลดการเกิดของเสีย
- ออกแบบโครงการก่อสร้างโดยยึดหลัก Design for Environment (DfE) และ Lean Construction เพื่อลดการใช้ทรัพยากรเกินจำเป็น
- เลือกใช้วัสดุที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เช่น วัสดุรีไซเคิล วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ หรือวัสดุที่มีอายุการใช้งานยาวนาน
- วางแผนการสั่งซื้อวัสดุอย่างแม่นยำ เพื่อลดการสูญเสียจากวัสดุเหลือใช้และบรรจุภัณฑ์ส่วนเกิน
2. การคัดแยกและรีไซเคิล
- กำหนดพื้นที่และภาชนะเฉพาะสำหรับการคัดแยกของเสียประเภทต่าง ๆ ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ของเสียอันตราย และเศษวัสดุก่อสร้าง
- ประสานงานกับผู้รับเหมาช่วงและคู่ค้าด้านการรีไซเคิล เพื่อนำวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่เข้าสู่กระบวนการหมุนเวียน เช่น คอนกรีตบดอัดใช้ถมดิน เหล็กและอะลูมิเนียมเข้าสู่ระบบรีไซเคิล
- จัดทำระบบติดตามปริมาณของเสียที่คัดแยกและนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อนำข้อมูลมาประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงาน
3. การจัดการของเสียอันตราย
- ระบุและจัดเก็บของเสียอันตราย เช่น สี สารเคลือบ น้ำมันหล่อลื่น และสารเคมีต่าง ๆ ตามมาตรฐานสากล (เช่น Basel Convention และมาตรการของ OECD)
- ใช้ผู้ให้บริการกำจัดของเสียที่ได้รับอนุญาตและมีระบบติดตามย้อนกลับ (Traceability) เพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและสิ่งแวดล้อม
- จัดอบรมความรู้ด้านความปลอดภัยในการจัดการของเสียอันตรายให้แก่พนักงานและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง
4. การนำกลับมาใช้ใหม่และการใช้ประโยชน์จากพลังงาน
- นำวัสดุที่ยังสามารถใช้ได้ เช่น ไม้ คาน เหล็ก นำกลับมาใช้ในโครงการใหม่หรือบริจาคให้ชุมชนและโครงการเพื่อสังคม
- พิจารณาการใช้เทคโนโลยีการแปรรูปของเสียเพื่อผลิตพลังงาน เช่น Waste-to-Energy (WtE) ในกรณีของเสียที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้
- ส่งเสริมการนำแนวคิด Circular Economy มาใช้ในการออกแบบวงจรชีวิตของอาคาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรระยะยาว
5. การกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ
- กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการจัดการขยะและของเสียที่ครอบคลุมทั้งองค์กรและคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน
- บูรณาการระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล เช่น ISO 14001: Environmental Management System
- จัดทำรายงานผลการดำเนินงานอย่างโปร่งใส โดยเปิดเผยปริมาณของเสียที่เกิดขึ้น ปริมาณที่นำไปรีไซเคิล และปริมาณที่ถูกกำจัดอย่างถูกวิธี ในรายงานความยั่งยืนประจำปี
6. การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย
- สร้างความตระหนักแก่พนักงาน คู่ค้า และผู้รับเหมาช่วงเกี่ยวกับการจัดการขยะและของเสียอย่างรับผิดชอบ
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่โครงการ เช่น การจัดกิจกรรมคัดแยกขยะ การรณรงค์ลดการใช้พลาสติก และการสร้างพื้นที่สีเขียวจากวัสดุรีไซเคิล
- รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากชุมชน หน่วยงานราชการ และผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ เพื่อปรับปรุงแนวทางการจัดการให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการสื่อสารการสร้างจิตสำนึกด้านการใช้ทรัพยากร ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ติดสติ๊กเกอร์ประชาสัมพันธ์ จัดบอร์ด และให้ความรู้โดยการ จัดอบรม ภายใต้แนวคิด 3Rs- Reduce, Reuse, Recycle เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างเต็มที่ และเป็นการลดพลังงานในการกำจัดขยะ ลดมลพิษและลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การทำงานร่วมกับองค์กรอื่นเพื่อลดของเสีย
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายความร่วมมือขององค์กรธุรกิจอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (CECI) ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมก่อสร้าง
โครงการบริหารจัดการขยะรีไซเคิลอย่างยั่งยืนในชุมชน

บริษัทฯ ดำเนินโครงการจัดการขยะรีไซเคิลในระยะยาวช่วงระยะเวลา 3-5 ปี ผ่านความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ ลูกบ้าน และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการคัดแยกและรวบรวมขยะรีไซเคิลประเภท ลัง ขวด และแก้ว ฯลฯ จากลูกบ้านโดยมีระบบรวบรวมและนำส่งของเสียไปยังจุดรีไซเคิลที่ได้รับการรับรอง ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะฝังกลบ และส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมการจัดการขยะอย่างยั่งยืนในระดับครัวเรือน
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นในการจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการแยกขยะและการรีไซเคิล เพื่อยกระดับความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมของผู้อยู่อาศัย และส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องจากผู้มีส่วนได้เสียในชุมชน
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
ลูกค้า
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้วัสดุและบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดขยะ
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากการจัดการขยะไม่เหมาะสม อาจกระทบความเชื่อมั่นต่อคุณภาพสินค้าและภาพลักษณ์ของบริษัท
พนักงาน
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับความรู้และการปลูกฝังจิตสำนึกในการจัดการขยะ เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานที่สะอาดและปลอดภัย
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากไม่มีการจัดการที่ดี อาจเกิดปัญหาสุขภาพและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในที่ทำงาน
คู่ค้า / ร้านค้า
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับโอกาสร่วมพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน เช่น การใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากบริษัทไม่กำหนดมาตรฐานที่ชัดเจน อาจส่งผลให้คู่ค้าต้องแบกรับภาระในการจัดการขยะเพิ่มขึ้น
ผู้ถือหุ้น / นักลงทุน
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับผลเชิงบวกจากภาพลักษณ์องค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและการลงทุนอย่างยั่งยืน
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากเกิดกรณีจัดการขยะไม่เป็นไปตามกฎหมาย อาจนำไปสู่ความเสี่ยงทางการเงินและชื่อเสียงของบริษัท
ชุมชน / สังคม
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับสภาพแวดล้อมที่สะอาด ลดผลกระทบจากของเสียก่อสร้างและการดำเนินธุรกิจ
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากมีการจัดการขยะไม่เหมาะสม อาจส่งผลต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่
หน่วยงานราชการ
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับความร่วมมือจากบริษัทในการปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรฐาน และนโยบายสิ่งแวดล้อม
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากบริษัทไม่ปฏิบัติตาม อาจเกิดบทลงโทษทางกฎหมาย และทำให้ความสัมพันธ์กับหน่วยงานรัฐเสียหาย

