การบริหารจัดการขยะและของเสีย
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
กลยุทธ์และการบริหารจัดการ

บริษัทฯ เข้าร่วมเครือข่ายกลุ่มความร่วมมือด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมก่อสร้างในประเทศไทย (Circular Economy in Construction Industry หรือ CECI) และได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการดำเนินงาน โดยเน้นการออกแบบและบริหารจัดการของเสีย เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในรูปแบบการใช้ซ้ำ การหมุนเวียนกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต และการลดการปล่อยมลพิษ สอดคล้องกับหลักการ 3Rs (Reduce–Reuse–Recycle) และการออกแบบแนวคิด Supalai Self-Proved ซึ่งเป็นสิ่งบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมที่บริษัทฯ ดำเนินการอย่างมุ่งมั่นในทุกๆ ขั้นตอน เพื่อลดปริมาณขยะ ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมก่อสร้างพร้อมการวางแผนจัดการที่ดี เพื่อลดการสูญเสียทรัพยากร ลดปริมาณของเสีย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ทั้งนี้ บริษัทได้นำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ในการวางแผนและกระบวนการดำเนินงาน เช่น การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน การลดการใช้วัตถุดิบใหม่ การยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ การนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ รวมถึงการศึกษาแนวทางความร่วมมือเพื่อใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
ลูกค้า
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้วัสดุและบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดขยะ
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากการจัดการขยะไม่เหมาะสม อาจกระทบความเชื่อมั่นต่อคุณภาพสินค้าและภาพลักษณ์ของบริษัท
พนักงาน
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับความรู้และการปลูกฝังจิตสำนึกในการจัดการขยะ เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานที่สะอาดและปลอดภัย
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากไม่มีการจัดการที่ดี อาจเกิดปัญหาสุขภาพและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในที่ทำงาน
คู่ค้า / ร้านค้า
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับโอกาสร่วมพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน เช่น การใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากบริษัทไม่กำหนดมาตรฐานที่ชัดเจน อาจส่งผลให้คู่ค้าต้องแบกรับภาระในการจัดการขยะเพิ่มขึ้น
ผู้ถือหุ้น / นักลงทุน
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับผลเชิงบวกจากภาพลักษณ์องค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและการลงทุนอย่างยั่งยืน
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากเกิดกรณีจัดการขยะไม่เป็นไปตามกฎหมาย อาจนำไปสู่ความเสี่ยงทางการเงินและชื่อเสียงของบริษัท
ชุมชน / สังคม
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับสภาพแวดล้อมที่สะอาด ลดผลกระทบจากของเสียก่อสร้างและการดำเนินธุรกิจ
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากมีการจัดการขยะไม่เหมาะสม อาจส่งผลต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่
หน่วยงานราชการ
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับความร่วมมือจากบริษัทในการปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรฐาน และนโยบายสิ่งแวดล้อม
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากบริษัทไม่ปฏิบัติตาม อาจเกิดบทลงโทษทางกฎหมาย และทำให้ความสัมพันธ์กับหน่วยงานรัฐเสียหาย
ผลการดำเนินงาน
การบริหารจัดการขยะและของเสียในโครงการก่อสร้าง
โครงการ Supalai Self-Proved
บริษัทฯ ดำเนินโครงการ “Supalai Self-Proved” เป็นปีที่ 3 การคิดค้นนวัตกรรมลดปริมาณขยะและของเสียโดยนำเศษวัสดุก่อสร้าง และทรัพยากรหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดผ่านกระบวนการก่อสร้าง โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ
- เพื่อบริหารจัดการเศษวัสดุก่อสร้างผ่านกระบวนการต่าง ๆ เช่น การรีไซเคิล การนำกลับมาใช้ซ้ำ ฯลฯ
- เพื่อลดปริมาณของเสียที่ถูกส่งไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ
- เพื่อช่วยลดต้นทุนที่เกี่ยวกับการกำจัดเศษวัสดุก่อสร้าง
- เพื่อลดผลกระทบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมภายนอกองค์กรให้น้อยที่สุด
- การพัฒนานวัตกรรม และความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ
ในปี 2568 ดำเนินโครงการก่อสร้างแนวสูง จำนวน 5 โครงการ นำแนวคิดด้านการก่อสร้างรักษ์โลกที่ไซต์ก่อสร้างโครงการฯ โดยมีกระบวนการด้านการจัดการขยะและของเสีย เริ่มตั้งแต่ต้นทางจนถึงหลุมฝังกลบ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทานให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการจัดการขยะ การจัดเก็บ การคัดแยก และการรีไซเคิล เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนในการดำเนินงานตามหลักการ Circular Economy ดังนี้
- ลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทางโดยการเปลี่ยนขนาดแม่แบบลูกปูน ซึ่งช่วยลดปริมาณคอนกรีตที่ต้องใช้ทดสอบและลดขยะคอนกรีตลงได้ถึง 70%
- นวัตกรรม PIPE FITTING : คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการติดตั้งท่อดับเพลิงเหล็กจากรูปแบบเดิมที่ต้องใช้ข้อต่อจำนวนมากและอาศัยการเชื่อมโลหะในทุกจุดเชื่อมต่อ โดยเปลี่ยนมาใช้เทคนิคการต่อท่อแบบไม่ใช้ข้อต่อ วิธีนี้นอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแล้ว ยังช่วยลดการใช้ทรัพยากร ได้แก่ ลวดเชื่อม และลดการปล่อยมลพิษที่เกิดจากกระบวนการเชื่อมโลหะ โดยปัจจุบันได้นำนวัตกรรมนี้มาปรับใช้ต่อยอดเพิ่มอีก 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์, ศุภาลัย บลู สาทร ราชพฤกษ์ และศุภาลัย ธาม เจริญนคร
- การใช้ข้อต่ออานม้า การต่อท่อ PPR (Polypropylene Random Copolymer) โดยใช้อานม้าแทนการใช้ข้อต่อสามทางเป็นการลดรอยต่อท่อ PPR อีกทั้งยังลดโอกาสการรั่วซึม และช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน

1. การสร้างชั้นฐานรองเสริมถนน (Subbase) จากเศษคอนกรีต
เปลี่ยนของเสียที่เป็นเศษคอนกรีตจากงานก่อสร้างให้กลายเป็นวัสดุที่มีคุณค่า โดยนำเศษคอนกรีตจาก 3 แหล่งหลัก ได้แก่ เศษคอนกรีตจากการไล่ตะกอนก้นหลุมเสาเข็มเจาะ เศษคอนกรีตจากการล้างโม่รถคอนกรีต และเศษจากก้อนลูกปูนและงานทดสอบค่าความยุบตัว (Slump) ซึ่งมักจะมีส่วนผสมของดินปนอยู่ ของเสียที่ได้ทั้งหมดจะถูกนำมาปรับใช้เป็น "Soil Cement" เพื่อทำเป็นชั้นฐานรองเสริมและป้องกันชั้นย่อยของงานถนน (Subbase) เทคนิคนี้นอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อหินคลุกและลดจำนวนเที่ยวรถที่ต้องขนขยะไปทิ้งภายนอก และยังช่วยให้ดินบริเวณนั้นแข็งแรงขึ้น ลดปัญหาถนนแตกร้าวจากการทรุดตัวของดิน

2. การเทคอนกรีตไล่ตะกอนก้นหลุมเสาเข็มเจาะ
ในการทำเสาเข็มเจาะ จะมีการเทคอนกรีตให้ล้นออกมาจากปากท่อเหล็ก (Casing) เพื่อเป็นการไล่เศษตะกอนและดินที่ตกค้างอยู่บริเวณก้นหลุมไม่ให้ผสมอยู่ในเนื้อคอนกรีตหลักของเสาเข็ม ดังนั้น เทคนิคนี้จึงช่วยลดปริมาณขยะคอนกรีตที่จะต้องขนย้ายไปทิ้งภายนอกได้ถึง 120 ลูกบาศก์เมตร เทียบเท่าการขนย้ายไปทิ้งภายนอกโครงการที่จะต้องใช้รถบรรทุกถึง 8 เที่ยว

3. กระบวนการบริหารจัดการเศษท่อ PVC
เศษท่อ PVC มักเป็นขยะที่เกิดขึ้นในปริมาณมากจากการตัดแต่งท่อให้ได้ขนาดตามที่ต้องการในงานระบบประปาและสุขาภิบาล ซึ่งเศษท่อขนาดสั้น ๆ เหล่านี้มักถูกมองว่าเป็นขยะที่ไม่มีมูลค่าและต้องนำไปฝังกลบหรือกำจัดทิ้งเพียงอย่างเดียว เพื่อยกระดับการบริหารจัดการขยะตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โครงการจึงได้นำแนวคิด การใช้ซ้ำในรูปแบบใหม่ (Repurpose) มาประยุกต์ใช้ตามขนาดต่างๆ การสามารถนำเศษท่อทุกขนาดกลับมาใช้ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นท่อขนาดเล็กหรือใหญ่ โดยนำมาประยุกต์เป็นอุปกรณ์ในงานส่วนอื่น ๆ ตามความเหมาะสมของหน้างาน เป็นการลดการนำเข้าวัสดุใหม่และลดการเกิดขยะ (Waste Minimization) ตั้งแต่ต้นทาง เช่น การนำเศษท่อมาทำเป็น Sleeve สำหรับวางโทรศัพท์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งเป็นการแปลงสภาพเศษวัสดุเป็นอุปกรณ์สนับสนุนการทำงาน

4. พาเลทพลาสติกนำกลับมาใช้ซ้ำในกระบวนการขนส่ง และก่อสร้าง
นำพาเลทพลาสติกมาใช้ทดแทนพาเลทไม้ในการขนส่งวัสดุ โดยใช้เป็นตัวรองรับวัสดุทั้งโครงการ เช่น อิฐมวลเบา กระเบื้องพื้น ผนัง และวัสดุ งานก่อสร้างอื่น ๆ ทำให้สามารถหมุนเวียนใช้ซ้ำได้หลายครั้ง รวมถึงการนำพาเลทพลาสติกมาใช้เป็นตัวรองรับวัสดุหลักทั้งโครงการ ทั้งงานสถาปัตยกรรมและงานโครงสร้าง ช่วยให้เกิดระบบการบริหารจัดการวัสดุที่มีประสิทธิภาพ เมื่อวัสดุบนพาเลทถูกใช้งานหมด พาเลทจะถูกจัดเก็บและนำกลับไปรอรับวัสดุใหม่ในทันที ปี 2568 ได้เริ่มใช้งานแล้วจำนวน 10 โครงการ
สำหรับวัสดุก่อสร้างที่ยังไม่สามารถเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากพาเลทไม้เป็นพาเลทพลาสติกได้ บริษัทได้นำพาเลทไม้มาแปรรูปเป็นถาดใส่ของอเนกประสงค์ เพื่อยืดอายุการใช้งานและลดปริมาณของเสียให้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

1. การแปรรูปเศษคอนกรีตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่
นอกจากการนำเศษคอนกรีตไปทำถนนชั่วคราว เพื่อลดการกำจัดของเสียจากกระบวนการทดสอบ บริษัทฯ ได้นำคอนกรีตส่วนเกินจากการเก็บตัวอย่างเพื่อทดสอบกำลังอัด นำมาสร้างสรรค์แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งของใช้และของตกแต่ง เพื่อใช้ประโยชน์และส่งต่อสู่ชุมชนสังคมภายในและภายนอกบริษัทฯ เช่น กระถางต้นไม้ กล่องใส่ของใช้ในสำนักงาน และแผ่นพื้นทางเดินเพื่องานสาธารณประโยชน์
สำหรับเศษอิฐขนาดเล็กที่ไม่สามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์ได้ จะถูกนำมาเข้ากระบวนการย่อย เพื่อใช้เป็นส่วนผสมของดินปลูก เนื่องจากอิฐมวลเบามีน้ำหนักเบาและมีรูพรุนสูง เมื่อนำไปผสมกับดินจะช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินให้โปร่ง ร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี และจากการตรวจวัดค่าพีเอช (pH) ของดิน พบว่ามีความเหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกมากขึ้น

1. การบริหารจัดการดินส่วนเกินจากโครงการก่อสร้างอาคารสูง
บริษัทฯ บริหารจัดการดินส่วนเกินจากโครงการก่อสร้างอาคารสูงโดยนำไปใช้ประโยชน์ในโครงการแนวราบ เพื่อลดปริมาณของเสีย ลดความจำเป็นในการกำจัดดิน ส่งเสริมการหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยช่วยลดการจัดหาแหล่งดินจากภายนอกไปใช้กับโครงการแนวราบใกล้เคียง ลดการขนส่ง ประหยัดค่าใช้จ่าย และลดมลพิษจากเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่งในระยะทางไกล ทั้งยังเป็นการจัดการดินส่วนเกินอย่างยั่งยืน และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

2. การจัดการเศษหัวเสาเข็มเจาะ
ในกระบวนการก่อสร้างอาคารสูง ขั้นตอนการทำเสาเข็มเจาะมีเศษคอนกรีตส่วนเกิน (หัวเข็ม) ที่ถูกสกัด ย่อย และขนย้ายไปทิ้งภายนอกโครงการ ซึ่งนับเป็นการสูญเสียทั้งทรัพยากรและเพิ่มค่าใช้จ่ายในการจัดการ โครงการจึงคิดค้นนวัตกรรม "Life of Pile" โดยการเปลี่ยนขยะหัวเสาเข็ม ให้กลายเป็นวัสดุที่มีคุณค่า ทดลองและทดสอบโดยนำเศษหัวเสาเข็มทั้งหมดมาเรียงเป็นกำแพงกันดินบริเวณบ่อ Victoria Pond ทดแทนเดิมที่จะต้องก่อสร้างกำแพงกันดินใหม่ทั้งหมด และเป็นการลดขั้นตอนการทำงานจากเดิมที่ใช้เวลากว่า 57 วัน สำหรับกระบวนการย่อย ขนทิ้ง และสร้างใหม่ ซึ่งจากทดลองนวัตกรรมการนำทรัพยากรหมุนเวียนมาใช้ในโครงการ ทำให้สามารถลดเวลาการทำงานเหลือ 26 วัน นอกจากนี้เป็นการลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะและการก่อสร้างกำแพงกันดินตามระบบเดิมที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 2 ล้านบาท ให้เหลือเพียงหลักแสนบาท ส่งผลลัพธ์ด้านการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ ลดมลพิษจากการขนส่งและลดปริมาณขยะที่จะถูกนำไปฝังกลบ

1. การแยกขยะในโครงการก่อสร้าง
บริษัทฯ ดำเนินการจัดการขยะภายในโครงการอย่างเป็นระบบ มีจุดวางถังขยะตามประเภทขยะ จำนวน 8 ใบ และมีป้ายระบุประเภทขยะไว้อย่างชัดเจน เพื่อเป็นการสนับสนุนการเปลี่ยนพฤติกรรมการคัดแยกและจัดการขยะสำหรับพนักงาน แรงงาน และผู้รับเหมา อย่างถูกวิธี โดยถังขยะแต่ละประเภทประกอบด้วย เศษอาหาร พลาสติก ฝาขวดพลาสติก ขวดแก้ว โฟม กระดาษ กระป๋อง ขยะมีพิษ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการขยะ ลดการปะปนของขยะ และสนับสนุนการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น

2. การแยกขยะประเภทวัสดุก่อสร้าง
บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการแยกขยะประเภทวัสดุก่อสร้างที่เกิดจากงานก่อสร้าง โดยลดขยะสู่หลุมฝังกลบให้น้อยที่สุด ด้วยการบริหารจัดการคัดแยกตามประเภท แบ่งเป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ วัสดุที่สามารถนำไปรีไซเคิล (Recycle) เช่น เศษเหล็ก ไม้แบบ ท่อ PVC และบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ส่วนวัสดุก่อสร้างที่ไม่สามารถนำมาแปรรูปในโครงการได้ เช่น นำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทนจะถูกส่งต่อให้บริษัทรับซื้อ หรือบริษัทรับกำจัดที่ได้รับการรับรองเป็นผู้ดำเนินการจัดการอย่างเหมาะสม

3. การจัดการขยะเศษอาหาร
บริษัทฯ ส่งเสริมพนักงาน แรงงานก่อสร้าง นำเศษอาหารเหลือทิ้งภายในโครงการก่อสร้างและแคมป์คนงาน มาย่อยและหมักเป็นปุ๋ย เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดนอกโครงการ โดยใช้ถังย่อยเศษอาหารที่ประยุกต์จากถังสีที่ใช้งานแล้วภายในโครงการมาทำเป็นถังหมักกากอาหาร กระบวนการดังกล่าวได้รับปุ๋ยหมักมาใช้บำรุงและปรับปรุงคุณภาพดินภายในพื้นที่โครงการ ซึ่งมีการสนับสนุนพื้นที่สำหรับปลูกพืชผักสวนครัวสำหรับคนงาน

บริษัทฯ จัดการขยะอันตรายโดยมีข้อกำหนดขอบเขตการดำเนินงาน หรือ TOR (Terms of Reference) เพื่อเป็นแนวปฎิบัติแก่ผู้รับเหมาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมในการดำเนินงานก่อสร้างตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อลดความเสี่ยงและลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม มีแผนการจัดการขยะอันตรายอย่างถูกวิธี เช่น กระป๋องทินเนอร์ หลอดซิลิโคน การใช้ PVC ทดแทนโฟม เพื่อใช้ในการอุดหัว Anchorage เป็นการลดการใช้วัสดุโฟม และมลพิษที่เกิดขึ้นจากการหลอมโฟมด้วยน้ำมันเบนซิน อีกทั้งยังสามารถนำกลับมาใช้ในการทำงานครั้งต่อไปได้ ซึ่งได้มีการนำมาใช้แล้วจำนวน 3 โครงการก่อสร้างอาคารชุด
ปี 2568 มีปริมาณขยะของเสียอันตราย จำนวน 343.50 กิโลกรัม

สรุปสถิติปริมาณขยะและของเสีย
| ปริมาณขยะและของเสียจำนวน 5 โครงการ | หน่วย | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|---|
| ปริมาณขยะและของเสียไม่อันตรายจากงานก่อสร้าง | ตัน | N/A | N/A | 1,397.995 |
| ปริมาณขยะและของเสียอันตรายจากงานก่อสร้าง | ตัน | N/A | N/A | 0.34 |
| ปริมาณขยะและของเสียที่นำไปใช้ซ้ำ (Reuse) / รีไซเคิล (Recycle) ในกระบวนการก่อสร้าง | ตัน | N/A | N/A | 941.765 |
| สัดส่วนขยะและของเสียรีไซเคิลต่อพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมดที่ใช้ในกระบวนการผลิต | % | N/A | N/A | 30 |
1. การบริหารจัดการเศษฝ้ายิปซัมร่วมกับ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด
โครงการมีการบริหารจัดการเศษฝ้ายิปซัมผ่าน 2 กลยุทธ์หลักโดยร่วมมือกับพันธมิตรคือ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้แก่ 1) การลดขยะ (Reduce) โดยการสั่งผลิตแผ่นยิปซัมขนาดพิเศษให้พอดีกับพื้นที่ใช้งานจริงแทนการใช้ขนาดมาตรฐาน ควบคู่ไปกับ 2) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) โดยคัดแยกเศษวัสดุจากไซต์งานส่งกลับสู่โรงงาน เพื่อลดปริมาณเศษฝ้าเหลือทิ้งให้น้อยที่สุด เศษฝ้ามีปริมาณน้อยลง และสามารถนำกลับไปใช้ใหม่ได้ แก้ปัญหายิปซัมซึ่งเป็นขยะก่อสร้างที่มีปริมาณสูงถึง 3,950 กิโลกรัม ช่วยลดเศษวัสดุลงได้ 37.5% ทั้งยังลดรอยต่อและเวลาการทำงานลง 20% ช่วยหมุนเวียนวัสดุกลับมาใช้ได้กว่า 15.14 ตัน ซึ่งถือเป็นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มประสิทธิภาพเชิงเศรษฐกิจด้วยการลดต้นทุนวัสดุและเวลา และการสร้างความร่วมมือด้านการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อโลกอย่างยั่งยืน

2. โครงการ Waste Bank การจัดการขยะร่วมกับผู้รับเหมาและแรงงานก่อสร้าง
บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงปัญหาการสะสมของขยะมูลฝอยในโครงการก่อสร้าง ซึ่งไม่เพียงสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังส่งผลต่อความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเป็นภาระด้านค่าใช้จ่ายในการขนย้าย จึงได้ริเริ่มโครงการ Waste Bank โดยมุ่งเน้นการลดปริมาณความสูญเสียของวัสดุก่อสร้าง และสร้างระบบการจัดการขยะที่สามารถนำเศษวัสดุกลับมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้ จุดเด่นของโครงการนี้คือการนำขยะเพื่อแลกกับวัตถุดิบที่สามารถนำไปประกอบอาหารได้ เพื่อจูงใจให้แรงงานก่อสร้างมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะอย่างสมัครใจ โดยมีการจัดทำจุดคัดแยกขยะ ประเภทต่างๆ อย่างชัดเจน ได้แก่ ขวดแก้ว, ขวดพลาสติก, กระป๋อง และเศษวัสดุก่อสร้าง (เช่น ถุงปูน, เศษอิฐมวลเบา, กล่องกระดาษ) แรงงานที่นำขยะมาทิ้งตามประเภทที่กำหนดจะได้รับตราประทับในบัตรสะสมแต้ม โดยใช้กระสอบปูน เป็นภาชนะมาตรฐานในการบรรจุขยะเพื่อมาแลกสิ่งของตามแต้มที่สะสมได้ตามที่กำหนด เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช ฯลฯ ซึ่งเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพและสร้างขวัญกำลังใจให้กับแรงงานที่ให้ความร่วมมือ และสามารถลดค่าใช้จ่ายในการจ้างรถขนขยะออกไปทิ้งภายนอกได้ เนื่องจากขยะส่วนใหญ่ถูกคัดแยกไปรีไซเคิลหรือจัดการอย่างเป็นระบบ

สรุปปริมาณขยะตามประเภทขยะและการจัดการ
| ประเภทขยะ | จำนวนโครงการ | ปริมาณขยะ | รวมปริมาณทั้งหมด | อัตราการนำกลับมาใช้ประโยชน์ (Reuse/Recycle) | ||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| นำกลับมาใช้ประโยชน์ (Reuse/Recycle) | ฝังกลบ | |||||||
| (กก.) | (ตัน) | (กก.) | (ตัน) | (กก.) | (ตัน) | (%) | ||
| เศษวัสดุก่อสร้าง | 5 | 941,765 | 941.77 | 456,230 | 456.23 | 1,397,995 | 1,397.995 | 67.4% |
| ขยะอุปโภคบริโภค | 5 | 9,429 | 9.429 | - | - | 9,429 | 9.429 | 100% |
*ขยะอุปโภคบริโภคที่นำมารีไซเคิล เป็นปริมาณขยะประเภท แก้ว ขวด พลาสติก กระป๋องอะลูมิเนียม
การบริหารจัดการขยะและของเสียในสำนักงาน

กิจกรรม “SUPALAI ยิ่งแยกยิ่งได้”
กิจกรรมส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ สื่อสารและสร้างความรู้ความเข้าใจแก่พนักงานและผู้เช่าในอาคารศุภาลัย แกรนด์ ทาวเวอร์ เพื่อร่วมเปลี่ยนขยะให้มีคุณค่าโดยมีจุด Recycling Station สถานีรีไซเคิล และบริหารการจัดเก็บขยะร่วมกับ Recycle Day Thailand สตาร์ทอัพผู้จัดการขยะครบวงจรที่มุ่งเน้นเปลี่ยนพฤติกรรมการแยกขยะจากต้นทาง ผ่านแอปพลิเคชันเพื่อนำขยะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลลดขยะสู่หลุมฝังกลบ

ความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นในการบริหารจัดการขยะ
บริษัทฯ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลปากนคร และองค์การบริหารส่วนตำบลท่าซัก อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช สำรวจและร่วมแก้ไขปัญหาขยะล้นและกลิ่นเหม็น สนับสนุนการจัดการตั้งแต่ต้นทางผ่านกิจกรรมหลัก เริ่มต้นจากการจัดพื้นที่ให้หน่วยงานท้องถิ่นมาให้ข้อมูลการแยกขยะแก่ลูกบ้าน พร้อมจัดตั้งจุดคัดแยกขยะรีไซเคิล (กระดาษ, พลาสติก, แก้ว) และจัดเตรียมถังขยะเปียกโดยเฉพาะ เพื่อสุขอนามัยที่ดี และเปลี่ยนขยะรีไซเคิลให้เป็น "สะพานบุญ" โดยรวบรวมขยะจากพนักงานและผู้อยู่อาศัยส่งมอบให้ธนาคารขยะสร้างบุญ เพื่อนำรายได้ไปจัดซื้อสิ่งของดูแลผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน จากความร่วมมือนี้ส่งผลให้โครงการศุภาลัย วิลล์ นครศรีธรรมราช และโครงการ ศุภาลัย พาร์ควิลล์ นครศรีธรรมราชได้รับรางวัลหมู่บ้านต้นแบบด้านการบริหารจัดการขยะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและมุ่งมั่นด้านการจัดการขยะมูลฝอยในหมู่บ้านอย่างยั่งยืน

โครงการส่งเสริมการคัดแยกขยะ Supalai Green Village
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน โดยดำเนินโครงการ “Supalai Green Village” ส่งเสริมการคัดแยกขยะในชุมชนที่อยู่อาศัยของบริษัทฯ ได้แก่ โครงการ ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ พระราม 2, ศุภาลัย ทัสคานี พระราม 2, ศุภาลัย ไพรด์ วงแหวน พระราม 2 และ ศุภาลัย พาร์ควิลล์ รามคำแหง 174 โดยโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยตระหนักถึงความสำคัญของการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี ลดปริมาณขยะที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า และบริษัทฯ ได้จัดให้มีจุดคัดแยกขยะตามประเภท พร้อมประชาสัมพันธ์แนวทางการจัดการขยะอย่างถูกวิธีให้แก่ชุมชน เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ส่งเสริมการลดปริมาณขยะ และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกับพนักงาน
- สนับสนุนการใช้ข้อมูลผ่าน E-Document ปรับเปลี่ยนการประชาสัมพันธ์แบบกระดาษ เป็นสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ APP SUPALAI SABAI ลดการใช้กระดาษ หมึกพิมพ์ การพิมพ์
- สื่อสารและประชาสัมพันธ์แก่พนักงานในองค์กรให้ลดขยะอาหาร ของว่างจากการประชุม โดยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดของว่างจากเดิมที่ใช้บรรจุภัณฑ์แยกแต่ละชิ้น มาเป็นการใช้ "ของว่างแบบรวม" ที่จัดใส่ในภาชนะที่ใช้ซ้ำได้ เพื่อลดขยะพลาสติกและบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
- สนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในการเสนอและส่งประกวดแนวคิดการนำเศษวัสดุก่อสร้างมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สร้างแรงจูงใจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือกับพันธมิตร โครงการ E-Waste ร่วมกับ AIS
บริษัทฯ ร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านดิจิทัลและโทรคมนาคม ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS (เอไอเอส) ตั้งจุด Drop-off Point ณ อาคารศุภาลัย แกรนด์ ทาวเวอร์ โดยเชิญชวนพนักงาน และผู้เช่า นำขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ใช้แล้ว หรือหมดอายุ เช่น โทรศัพท์ สายชาร์จ ส่งคัดแยกอุปกรณ์ขนาดเล็กเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ถูกวิธีตามมาตรฐานสากล และสกัดแร่ธาตุมีค่ากลับมาใช้ใหม่ ผสานกับการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนผ่านแอปพลิเคชัน AIS E-Waste+ เพื่อสร้างความโปร่งใสในการติดตามสถานะขยะและคำนวณ Carbon Score ซึ่งเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้มีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษอย่างเป็นรูปธรรม ในปี 2568 โครงการช่วยลดปริมาณขยะได้ถึง 24 กิโลกรัมต่อปี ในส่วนของขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ความร่วมมือนี้ถือเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมร่วมกันอย่างยั่งยืน