การบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารห่วงโซ่อุปทานในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานอย่างยั่งยืนขององค์กร ภายใต้นโยบายที่ยึดหลักความโปร่งใส เป็นธรรม และคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน บริษัทฯ จึงกำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกคู่ค้าที่มีศักยภาพและคุณภาพตามมาตรฐานที่บริษัทฯ กำหนด โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าและบริการ การส่งมอบตรงเวลา การปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและสิทธิมนุษยชน ตลอดจนข้อกำหนดและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างระบบจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และลดความเสี่ยงทางธุรกิจในระยะยาว
บริษัทฯ บูรณาการการบริหารห่วงโซ่อุปทานภายใต้แนวคิด Value Chain Responsibility ครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตของสินค้าและบริการ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การก่อสร้าง การส่งมอบ ไปจนถึงการใช้งานและการรื้อถอน โดยดำเนินการประเมินผลกระทบ(Impacts) ความเสี่ยง (Risks) และโอกาส (Opportunities) [IROs] ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG Risks and Opportunities) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงคู่ค้าทางตรงและทางอ้อม (Tier-1 และ Non-Tier Suppliers) เพื่อสนับสนุนการเปิดเผยข้อมูลตามแนวทาง IFRS Sustainability Disclosure Standards, TCFD และ TNFD
ในบริบทของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในห่วงโซ่อุปทานโลก บริษัทฯ ตระหนักถึงความท้าทายที่สำคัญ อาทิ ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ การขาดแคลนแรงงานที่มีฝีมือ ความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบและความต่อเนื่องของคู่ค้าหลัก ซึ่งรวมถึงความเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสด้านกายภาพ (Physical Risk) และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) ที่เกี่ยวข้องกับสภาวะภูมิอากาศด้วย ขณะเดียวกันยังเห็นถึงโอกาสในการยกระดับมาตรฐานความร่วมมือกับคู่ค้า ผ่านการคัดเลือกและประเมินผลงานอย่างเป็นระบบ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มั่นคงในระยะยาว รวมถึงการปรับตัวร่วมกับคู่ค้าเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อลดการใช้ทรัพยากรและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถือเป็นโอกาสในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ไม่ใช่เพียงแต่บริษัทฯ เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงคู่ค้าของบริษัทฯ ด้วย
ด้วยความมุ่งมั่นในการเติบโตควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้กับทุกภาคส่วน บริษัทฯ จึงเดินหน้าพัฒนาห่วงโซ่อุปทานให้เข้มแข็ง โปร่งใส และมีเสถียรภาพ พร้อมส่งเสริมจริยธรรมและความยั่งยืนในทุกกระบวนการ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียในยุคเศรษฐกิจหมุนเวียนและการแข่งขันอย่างยั่งยืน
โครงสร้างการกำกับดูแล
บริษัทฯ มอบหมายให้องค์คณะพิจารณาคัดเลือกวัสุด-อุปกรณ์ซึ่งประกอบด้วยฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้าง ฝ่ายสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฝ่ายการตลาดและการขาย ฝ่ายวิศวกรรมและการประมาณการ และฝ่ายก่อสร้าง ทำหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนด บริหารจัดการคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องตามแนวปฏิบัติและมาตรฐานสากล เพื่อลดความเสี่ยงจากคู่ค้า และเพื่อให้การคัดเลือกครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านคุณภาพสินค้า ราคา ความสามารถในการส่งมอบ และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีหน่วยงานกำกับดูแลกิจการจัดทำและเผยแพร่จรรยาบรรณคู่ค้าเพื่อสื่อสารเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ที่จะดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม โปร่งใส และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยมีการกำกับดูแลในระดับคณะกรรมการบริษัทฯ ผ่านคณะกรรมการด้านความยั่งยืน ซึ่งทำหน้าที่กำกับทิศทาง กลยุทธ์ และการบริหารความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงติดตามตัวชี้วัด ESG Supply Chain Performance เป็นประจำทุกเดือน
กลยุทธ์และการบริหารจัดการ

นโยบายและความมุ่งมั่น
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกคู่ค้า ผู้รับเหมา และวัสดุ-อุปกรณ์ โดยยึดหลัก ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) เพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และจริยธรรมธุรกิจ บริษัทฯ จึงกำหนดกระบวนการในการคัดเลือก ประเมินผล และขึ้นทะเบียนคู่ค้าและผู้รับเหมาอย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดเผยข้อมูลประเด็น ESG ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผลกระทบเชิงความคาดหวัง เพื่อลดความเสี่ยงด้านการบริหารห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงให้คู่ค้า ผู้รับเหมาลงนามรับทราบ “จรรยาบรรณการทำงานของคู่ของบริษัทฯ” ซึ่งประกอบด้วย
- จริยธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ
- มาตรฐานด้านคุณภาพ ความต่อเนื่องทางธุรกิจ
- การเคารพสิทธิมนุษยชน ครอบคลุมเรื่องการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม การป้องกันการใช้แรงงานบังคับ การป้องกันการใช้แรงงานเด็ก ผู้รับเหมาและคู่ค้าปฏิบัติตามกฎหมายการขจัดจํานวนชั่วโมงทํางานที่มากกว่ากฎหมายกำหนด โดยจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ลูกจ้างอย่างเป็นธรรม รวมถึงการสนับสนุนสิทธิในการรวมกลุ่มร่วมเจรจาต่อรอง
- อาชีวอนามัยและความปลอดภัย การจัดให้มีพื้นที่ปฏิบัติงานและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ และป้องกันไม่ให้พนักงานมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
- ความรับผิดชอบต่อสังคม การดูแลสังคมและชุมชน การใช้สิทธิในที่ดิน และการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ
บริษัทฯ ดำเนินกระบวนการ Human Rights and Environmental Due Diligence (HREDD) สำหรับคู่ค้า โดยสอดคล้องกับ United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGP) และ OECD Due Diligence Guidance ซึ่งครอบคลุมการระบุ ป้องกัน ลดผลกระทบ และติดตามความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และชุมชน พร้อมกำหนดมาตรการแก้ไข (Mitigation and Remediation Measures) สำหรับคู่ค้าที่มีความเสี่ยง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนด “ข้อกำหนดขอบเขตการดำเนินงาน หรือ TOR (Terms of Reference)”
- เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานและแนวปฏิบัติในการจัดจ้างที่เป็นธรรมต่อผู้รับเหมาและคู่ค้า รวมถึงส่งเสริมการสร้างคุณค่าต่อชุมชนท้องถิ่น
- เพื่อเป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าและผู้รับเหมาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมในการดำเนินงานก่อสร้าง โดยกำหนดเงื่อนไขการปฏิบัติงานในการสร้างความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อลดความเสี่ยงและลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ 1) แผนการจัดการและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น เสียง น้ำเสีย การจัดการของเสีย 2) การป้องกันและลดผลกระทบทางสังคม เช่น การจราจร 3) มาตรการติดตามตรวจสอบ เช่น ตรวจสอบก่อนก่อสร้าง ระหว่าง-ก่อนก่อสร้าง
บริษัทฯ กำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตั้งแต่การจัดซื้อจัดหาวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การผลิต การส่งมอบสินค้าการตลาดและขาย การบริการหลังการขาย ตลอดจนการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และการกำจัดของเสียโดยคำนึงถึงการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การจัดการสภาพภูมิอากาศ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยดำเนินการสอดคล้องกับเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัทฯ รวมถึงการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพระบบนิเวศด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ มีการสื่อสารจรรยาบรรณการทำงานของคู่ค้า ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับผู้รับเหมา คู่ค้าและพนักงาน โดยกำหนดขอบเขตแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนภายใต้ข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมด้านจริยธรรมทางธุรกิจ สิทธิมนุษยชน ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม เป็นไปตามจรรยาบรรณการทำงานของคู่ค้าที่สอดคล้องกับหลักการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อส่งเสริมความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความร่วมมือกันระหว่างบริษัทฯ ผู้รับเหมา คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
จรรยาบรรณการทำงานของคู่ค้าศุภาลัย
การบริหารจัดการและกลยุทธ์
กำหนดเกณฑ์ให้คู่ค้ามีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน
บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการจัดซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เน้นการเลือกใช้สินค้าที่มีฉลากรับรองการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีนโยบายในการผลักดันคู่ค้าทุกรายให้พัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อนำเสนอบริษัทฯ รวมถึงการผลักดันให้องค์กรคู่ค้าให้ความสำคัญในกระบวนการผลิต การจัดหาวัสดุ กระบวนการจัดส่ง การกำจัดเศษวัสดุในรูปแบบการ Recycle รวมถึงสอบถามและเยี่ยมชมกระบวนการกำจัดเศษวัสดุที่ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม โดยได้กำหนดให้คู่ค้าทุกรายต้องขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ยั่งยืน (ESG-Driven Product) เพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานที่อาจเกิดจากคู่ค้า เช่น การละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม
การบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management)
บริษัทฯ ปฏิบัติตามกระบวนการดำเนินงานเพื่อพัฒนาห่วงโซ่อุปทานให้ยั่งยืน ดังนี้ 1) การคัดเลือกและขึ้นทะเบียนคู่ค้าใหม่ 2) การจำแนกประเภทของคู่ค้า 3) การประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า 4) การตรวจประเมินคู่ค้า และ 5) การสร้างความสัมพันธ์และพัฒนาร่วมกับคู่ค้า โดยมีแนวปฏิบัติด้านการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานที่อาจเกิดจากคู่ค้า เช่น การละเมิดสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม หรือผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และดำเนินการตรวจสอบอย่างรอบด้าน (Due diligence) เพื่อป้องกันและลดผลกระทบทางสังคม สิ่งแวดล้อมในห่วงโซ่คุณค่า และเปิดเผยข้อมูลรายงานด้านความยั่งยืนตามเกณฑ์มาตรฐานสากล GRI Standards ห่วงโซ่อุปทานด้านสิ่งแวดล้อม GRI Standard GRI 308: Supplier Environmental Assessment และห่วงโซ่อุปทานด้านสังคม GRI 414: Supplier Social Assessment รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับ ตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนต้องเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ผ่านแบบ 56-1 e-One Report
กระบวนการดำเนินงานเพื่อพัฒนาห่วงโซ่อุปทานให้ยั่งยืน

กลไกการร้องเรียนและการเยียวยาในห่วงโซ่อุปทาน
บริษัทฯ จัดให้มีกลไกการรับเรื่องร้องเรียน (Supply Chain Grievance Mechanism) สำหรับแรงงาน คู่ค้า ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้สามารถแจ้งเหตุการละเมิดสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติด้านแรงงานที่ไม่เป็นธรรม หรือผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างปลอดภัย เป็นความลับ และปราศจากการตอบโต้ (Non-Retaliation) โดยบริษัทฯ กำหนดกระบวนการสอบสวน การแก้ไข และการเยียวยาผลกระทบอย่างเหมาะสม พร้อมติดตามผลอย่างต่อเนื่องด้วยกระบวนการควบคุมคุณภาพตามระบบ IS0 9001:2015 ผ่านช่องทาง Supalai contact center 1720
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
พนักงาน
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้ทำงานร่วมกับคู่ค้าที่มีมาตรฐานคุณภาพและจริยธรรม ส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน และลดความเสี่ยงในการจัดซื้อจัดจ้าง
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- อาจต้องรับมือกับกระบวนการคัดเลือกที่ซับซ้อนขึ้น และต้องปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเกณฑ์ความยั่งยืน
คู่ค้า / ร้านค้า
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับโอกาสเป็นพันธมิตรกับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน สร้างความน่าเชื่อถือและโอกาสในการเติบโตร่วมกันในระยะยาว
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน และจริยธรรม อาจมีต้นทุนในการปรับปรุงกระบวนการผลิตหรือซัพพลายเชน
ผู้ถือหุ้น / นักลงทุน
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับความเชื่อมั่นในความสามารถของบริษัทฯ ในการบริหารความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากเกิดความล้มเหลวในการบริหารการจัดซื้อหรือเลือกคู่ค้า อาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ และความมั่นคงทางการเงิน
ลูกค้า
ผลกระทบเชิงบวก
- มั่นใจในคุณภาพสินค้า/บริการที่ปลอดภัย มีที่มาชัดเจน และสอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและจริยธรรม
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากมีคู่ค้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์หรือเกิดปัญหาในห่วงโซ่อุปทาน อาจส่งผลต่อคุณภาพหรือการส่งมอบสินค้า/บริการ
หน่วยงานราชการและหน่วยงานกำกับภายนอก
ผลกระทบเชิงบวก
- เห็นถึงความตั้งใจของบริษัทฯ ในการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน และความโปร่งใส
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากไม่สามารถควบคุมซัพพลายเออร์ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนด อาจถูกตรวจสอบหรือดำเนินการทางกฎหมาย
ชุมชน / สังคม
ผลกระทบเชิงบวก
- ได้รับผลกระทบเชิงบวกจากการที่องค์กรเลือกใช้ซัพพลายเออร์ที่รับผิดชอบต่อสังคม สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม
ผลกระทบเชิงความคาดหวัง / ความเสี่ยง
- หากไม่ควบคุมกระบวนการจัดซื้ออย่างรอบคอบ อาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชนท้องถิ่น หรือสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน
ผลการดำเนินงาน
บริษัทฯ ได้จัดทำจรรยาบรรณคู่ค้าที่มีเนื้อหาและขอบเขตเป็นไปตามจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ ตลอดจนหลักการและมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีในระดับสากล มีการจัดการอบรมและสื่อสารให้คู่ค้ารับทราบโดยทั่วกันเพื่อส่งเสริมคู่ค้าให้ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนใช้เป็นแนวปฏิบัติของคู่ค้าในการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติของบริษัทฯ โดยกำหนดให้คู่ค้าที่ทำธุรกิจกับบริษัทฯ โดยตรง (Tier-1 suppliers) และคู่ค้าใหม่ทุกรายลงนามรับทราบตั้งแต่เริ่มกระบวนการขึ้นทะเบียนคู่ค้า และมีกระบวนการในการติดตามการดำเนินงานของคู่ค้า และประเมินผลการปฏิบัติงานของคู่ค้าเพื่อให้มั่นใจได้ว่าคู่ค้ามีการปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้า โดยคู่ค้าต้องสามารถแสดงให้เห็นว่ามีการปฏิบัติตามจรรยาบรรณเมื่อมีการร้องขอทุกครั้ง โดยบริษัทฯ จะใช้วิธีการต่าง ๆ ที่กำหนดตามเกณฑ์ระดับความเสี่ยงของคู่ค้า เช่น การให้คู่ค้ารับรองตนเองว่าได้ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ การตรวจประเมินคู่ค้า ณ สถานประกอบการ หรือการใช้แบบสอบถาม
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้มีการสื่อสาร และให้คู่ค้าลงนามรับทราบจรรยาบรรณธุรกิจของคู่ค้า ดังนี้
| จรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) | ปี 2568 |
|---|---|
| คู่ค้าทางตรง (Tier-1 Suppliers) | |
|
100% |
|
100% |
| คู่ค้าใหม่ | |
|
100% |
|
100% |
การบริหารจัดการคู่ค้า และผู้รับเหมา
การคัดเลือกและขึ้นทะเบียนคู่ค้าใหม่
บริษัทฯ กำหนดแนวทางในการพิจารณาคัดเลือกและขึ้นทะเบียนคู่ค้าใหม่ โดยการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของคู่ค้าและผู้รับเหมาก่อนดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยวิธีการใช้แบบสอบถามที่มีเกณฑ์ประเมินคุณสมบัติเบื้องต้น 4 ด้าน และตรวจสอบเอกสารรับรองคุณภาพมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ บริษัทฯ กำหนดให้คู่ค้าใหม่ทุกรายต้องผ่านการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม สิทธิชุมชน ความปลอดภัยและสุขอนามัย และด้านธรรมาภิบาล โดยใช้แบบฟอร์มการประเมินตนเองของคู่ค้า ก่อนดำเนินการขึ้นทะเบียนคู่ค้าใหม่
เมื่อคู่ค้าใหม่ที่มีผลคะแนนผ่านเกณฑ์และไม่มีความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล ลงนามรับทราบจรรยาบรรณคู่ค้า บริษัทฯ จะดำเนินการขึ้นทะเบียนคู่ค้าใหม่ต่อไป แต่หากคะแนนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินหรือมีความเสี่ยง คู่ค้าต้องดำเนินการแก้ไขหรือจัดทำมาตรการป้องกันและมีแผนการตรวจติดตามที่ชัดเจน เพื่อให้คะแนนอยู่ในระดับที่ยอมรับได้จึงจะสามารถขึ้นทะเบียนคู่ค้าใหม่กับบริษัทฯ ได้
ในปี 2568 บริษัทฯ มีการขึ้นทะเบียนคู่ค้ารายใหม่ จำนวน 97 ราย ซึ่งเป็นคู่ค้าที่ผ่านการคัดเลือกตามกระบวนการที่กำหนดไว้ คิดเป็น 99% ของคู่ค้ารายใหม่ทั้งหมด
การจำแนกประเภทของคู่ค้า
การระบุกลุ่มคู่ค้าสำคัญ
ในปี 2568 บริษัทฯ มีคู่ค้าและผู้รับเหมาในห่วงโซ่อุปทานที่ทำธุรกิจกับบริษัทฯ โดยตรง (Tier-1 suppliers) รวมทั้งหมด 123 ราย ในจำนวนนี้เป็นคู่ค้าวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างจำนวน 98 ราย คิดเป็น 80% ของจำนวนคู่ค้าทั้งหมด
บริษัทฯ ได้ทำการวิเคราะห์และระบุกลุ่มคู่ค้าสำคัญ (Critical suppliers) จากคู่ค้าที่ส่งมอบสินค้าและบริการในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด โดยใช้เกณฑ์พิจารณากลุ่มคู่ค้าสำคัญจาก มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างสูงกว่า 5 ล้านบาทต่อปี การเป็นผู้ขายสินค้าที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจ และการเป็นผู้ขายน้อยรายในตลาดหรือไม่สามารถหาสินค้าอื่นทดแทนได้ โดยมีเกณฑ์ในการระบุคู่ค้า ดังนี้
จากการวิเคราะห์พบว่า บริษัทฯ มีคู่ค้าที่อยู่ในกลุ่มคู่ค้าสำคัญที่ทำธุรกิจกับบริษัทฯ โดยตรง (Critical tier-1 suppliers) จำนวน 123 ราย คิดเป็น 18% ของคู่ค้าทั้งหมด ซึ่งมีมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างคิดเป็น 87% ของมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นคู่ค้าวัสดุก่อสร้าง จำนวน 98 ราย คิดเป็น 80% ของจำนวนคู่ค้าสำคัญที่ทำธุรกิจกับบริษัทฯ โดยตรงทั้งหมด ส่วนคู่ค้าสำคัญที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทฯ โดยตรง (critical non-tier 1 suppliers) มีจำนวน 78 ราย
การประเมินความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน
บริษัทฯ มีการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจบริษัทฯ ต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยใช้แบบประเมินคู่ค้า การสัมภาษณ์ และการตรวจสอบเอกสารอ้างอิง ครอบคลุมความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ เช่น คุณภาพ ระยะเวลา ความสม่ำเสมอในการส่งมอบ และแหล่งที่มา ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม การจัดการ และป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ ด้านสังคม เช่น การปฏิบัติต่อแรงงาน การเคารพสิทธิชุมชน ความปลอดภัย และด้านบรรษัทภิบาล เช่น การแข่งขันอย่างเป็นธรรม การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน โดยบริษัทฯ กำหนดระดับความเสี่ยงตามคะแนนประเมิน และกำหนดแนวทางการดำเนินงานเพิ่มเติมกับคู่ค้าที่มีความเสี่ยงในระดับต่างๆ ดังนี้
การประเมินดังกล่าวเชื่อมโยงกับการประเมินความเสี่ยงระดับองค์กร (Enterprise Risk Management) และความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความเสี่ยงด้านธรรมชาติ (Nature-related Risks) เพื่อสนับสนุนการบริหาร Scope 3 Greenhouse Gas Emissions และความต่อเนื่องทางธุรกิจของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว
| ระดับความเสี่ยง | แนวทางการดำเนินงานเพื่อควบคุมและติดตามความเสี่ยง |
|---|---|
| ต่ำมาก |
|
| ต่ำ |
|
| ปานกลาง |
|
| สูง |
|
| สูงมาก |
|
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ทำการประเมินความเสี่ยงคู่ค้าโดยตรงของบริษัทฯ ที่มีมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างมากกว่า 5 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งหมดรวม 123 ราย คิดเป็น 18% ของคู่ค้าทั้งหมด "ไม่พบคู่ค้ารายใดมีความเสี่ยงสูงมาก" (Very High Risk) โดยคู่ค้าทั้งหมดผ่านเกณฑ์มาตรฐานบริษัทฯ กำหนดทุกราย
การตรวจประเมินคู่ค้า
บริษัทฯ ทำการตรวจประเมินคู่ค้า ณ สถานประกอบการครอบคลุมประเด็นด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (On-site ESG Audit) โดยมีเกณฑ์และความถี่ของการตรวจประเมินตามระดับความเสี่ยงของคู่ค้า โดยฝ่ายจัดซื้อและผู้ขอซื้อเป็นผู้ดำเนินการ บริษัทฯ จะจัดทำแผนการตรวจประเมินคู่ค้าในแต่ละประเภทของคู่ค้า และนำส่งหนังสือแจ้งความประสงค์ขอเข้าตรวจประเมินคู่ค้า โดยระบุวันที่เยี่ยมชม เวลาในการเยี่ยมชม และนำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์ในการตรวจให้ทราบล่วงหน้า ในปี 2568 บริษัทฯ ไม่มีคู่ค้าที่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องถูกตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการ (On-site audit) อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้มีการเข้าเยี่ยม ณ สถานประกอบการ (Site Visit) คู่ค้าสำคัญที่ทำธุรกิจโดยตรงกับบริษัทฯ (Critical tier-1 suppliers) จำนวน 7 ราย เพื่อการสร้างความเชื่อมั่น เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และตรวจสอบมาตรฐานการผลิตหรือบริการให้เป็นไปตามที่ตกลงไว้ ช่วยลดความเสี่ยงจากการทำงาน แลกเปลี่ยนความรู้เพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และขยายโอกาสทางธุรกิจร่วมกันในระยะยาวอย่างยั่งยืน

การสร้างความสัมพันธ์ และการพัฒนาศักยภาพคู่ค้าและผู้รับเหมา
การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานให้มีความยั่งยืนและมีการดำเนินงานที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือกฎเกณฑ์ข้อบังคับต่าง ๆ นั้น ความรู้ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของคู่ค้าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะคู่ค้าวัสดุ-อุปกรณ์ที่ส่งมอบวัตถุดิบหลักในกระบวนการก่อสร้าง บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการยกระดับความตระหนักรู้ของคู่ค้าในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ให้ความรู้เรื่องการพัฒนาคุณภาพ รวมไปถึงแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องตามหลักด้านสิทธิมนุษยชน และการเปลี่ยนแปลงระเบียบข้อบังคับใหม่ทั้งใน และต่างประเทศที่มีผลต่อธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
บริษัทฯ มีกระบวนการคัดเลือกประเด็นสำคัญที่คู่ค้าและผู้รับเหมาให้ความสนใจและมีผลกระทบต่อคู่ค้า และผู้รับเหมาทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ และความปลอดภัย ตลอดจนสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาดำเนินการจัดอบรมให้ความรู้คู่ค้า และผู้รับเหมาเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

