การกำกับดูแลและเศรษฐกิจ

โครงการห้องเก็บของในชั้นพักอาศัย

25 พฤศจิกายน 2568

บริษัทฯ ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งด้านธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมในโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมุ่งเน้นการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ คำนึงถึงพฤติกรรมผู้บริโภค และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย โดยหนึ่งในโครงการนวัตกรรมที่โดดเด่น ได้แก่ โครงการห้องเก็บของในชั้นพักอาศัย (In-Floor Storage Room) เป็นแนวคิดนวัตกรรมที่เกิดจากการสำรวจพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในโครงการคอนโดมิเนียม พบว่าผู้พักอาศัยจำนวนมากประสบปัญหาขาดพื้นที่จัดเก็บสิ่งของภายในห้อง ส่งผลให้มีของวางกระจัดกระจาย บางส่วนต้องเก็บไว้นอกห้อง ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญหายหรือเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ ลูกค้าหลายรายยังแสดงความต้องการมีห้องเก็บของที่อยู่ใกล้กับห้องพักเพื่อความสะดวก

จากข้อมูลการสำรวจ พบว่า

  • 76.74% เห็นว่าการมีพื้นที่เก็บของภายในโครงการมีประโยชน์
  • 69.77% มีพฤติกรรมเก็บของไว้ในตู้บิวท์อินหรือกล่อง
  • 44.19% ต้องการพื้นที่มากกว่า 20 ตารางเมตรเพื่อใช้ในการเก็บของ
  • 74.42% ต้องการให้ห้องเก็บของอยู่ห่างจากที่พักอาศัยไม่เกิน 1 กิโลเมตร
  • 41.86% ยินดีจ่ายค่าห้องเก็บของเพิ่มเติมในอัตราไม่เกิน 50% ของราคาห้องชุด

บริษัทฯ จึงได้พัฒนา “ห้องเก็บของในชั้นพักอาศัย” ขึ้นในโครงการ ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย–พัฒนาการ โดยออกแบบห้องเก็บของให้ติดตั้งในตำแหน่งชั้นพักอาศัยของลูกค้าโดยตรง ไม่ต้องแยกเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถจัดเก็บสิ่งของส่วนตัวได้อย่างสะดวก เป็นระเบียบ และปลอดภัย พร้อมทั้งใช้พื้นที่ในอาคารให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ผลลัพธ์ของนวัตกรรม แบ่งออกเป็น 3 มิติหลัก ดังนี้:

1. มิติด้านสังคม

  • เพิ่มคุณภาพชีวิตผู้อยู่อาศัย: ลูกค้าสามารถจัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ ไม่ต้องวางกระจัดกระจายภายในห้องพัก ช่วยลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ โดยเฉพาะในห้องที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ใช้วีลแชร์
  • เพิ่มความปลอดภัย: ลดความจำเป็นในการเก็บของนอกห้องที่เสี่ยงต่อการสูญหาย หรือถูกโจรกรรม
  • ตอบสนองความต้องการจริงของลูกค้า: การสำรวจพบว่าลูกค้ากว่า 40% ยินดีจ่ายเงินเพิ่มเติมในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ได้พื้นที่เก็บของในตำแหน่งที่สะดวก

2. มิติด้านสิ่งแวดล้อม

  • ลดการใช้ทรัพยากรซ้ำซ้อน: โดยนำพื้นที่ส่วนกลางบางส่วนในอาคารมาใช้ประโยชน์เพิ่มเติม ลดความจำเป็นในการสร้างโกดังเก็บของแยกต่างหาก
  • ลดการเดินทางและคาร์บอนฟุตพริ้นท์: ผู้อยู่อาศัยไม่จำเป็นต้องเดินทางออกจากที่พักเพื่อไปยังที่เก็บของภายนอกอาคาร ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยบริษัทคำนวณพบว่าโครงการนี้สามารถลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 7,853.21 กิโลกรัมคาร์บอนต่อปี
  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ในโครงการ: ใช้แนวคิด Zero Waste Space โดยพื้นที่ทุกตารางเมตรในอาคารต้องมีประโยชน์

3. มิติด้านธุรกิจ

  • เพิ่มรายได้จากพื้นที่ขาย ห้องเก็บของในชั้นพักอาศัยสามารถนำเสนอขายเพิ่มเติมให้แก่ลูกค้า โดยสามารถเพิ่มพื้นที่ขายได้รวม 874.50 ตารางเมตร สร้างมูลค่าเพิ่มกว่า 26.24 ล้านบาท
  • เพิ่มจุดขายให้โครงการ นวัตกรรมนี้ช่วยให้บริษัทฯ แตกต่างจากคู่แข่งในตลาด ตอบโจทย์ลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันและคุณภาพชีวิตมากกว่าขนาดห้องพักเพียงอย่างเดียว
  • ต่อยอดโมเดลธุรกิจ แนวคิดดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับโครงการอื่นๆ ในอนาคต เป็นต้นแบบของนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน

บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่คำนึงถึงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value) และขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาว