โครงการเพิ่มการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในรถยนต์ส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ ได้ดำเนินการเปลี่ยนผ่านยานพาหนะส่วนกลางขององค์กรจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงฟอสซิล ไปสู่ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicles: EV) เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้งานรถยนต์ในภารกิจของบริษัทฯ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าบำรุงรักษารถยนต์ในระยะยาว และส่งเสริมการเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีกระบวนการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society)
บริษัทฯ ดำเนินโครงการเพิ่มการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในรถยนต์ส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในระยะยาว ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายเปลี่ยนรถยนต์ส่วนกลางจากที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 3 คัน ทำให้มีจำนวนรถยนต์ไฟฟ้ารวม 7 คัน คิดเป็น 60% ของรถยนต์ส่วนกลางทั้งหมด ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 (Scope 1) จากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีนัยสำคัญ ในระยะกลาง (ภายในปี 2573) บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายเปลี่ยนรถยนต์ส่วนกลางทั้งหมดให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 40% จากสถานการณ์ปกติ (Business As Usual: BAU) และในระยะยาวมุ่งสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในรถยนต์ส่วนกลางทุกคัน เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ขององค์กร
ผลการดำเนินโครงการนี้คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในภารกิจของบริษัท ซึ่งอยู่ในขอบเขตที่ 1 (Scope 1 Emissions) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าไม่มีการปล่อยไอเสียระหว่างการใช้งาน นอกจากนี้ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงได้เฉลี่ยประมาณ 60–70% ต่อปีต่อรถยนต์หนึ่งคัน เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแบบเดิม นอกจากผลด้านสิ่งแวดล้อมและต้นทุนแล้ว โครงการยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของบริษัทฯ ในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญต่อความยั่งยืนและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวขององค์กรในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)