การบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัทฯ ได้ดำเนินการสำรวจฐานข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ปลูกต้นไม้เพื่อการดูดซับคาร์บอน บริเวณอำเภอลำสามแก้ว จังหวัดปทุมธานี ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ (3.2 เฮกตาร์) โดยการสำรวจดังกล่าวดำเนินการโดยทีมความยั่งยืนร่วมกับทีมบริการชุมชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ในการระบุความอ่อนไหวเชิงนิเวศและคุณค่าทุนธรรมชาติของพื้นที่
การสำรวจพบชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ภายในขอบเขตโครงการ รวมถึงการพบตัวเงินตัวทอง ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์บ่งชี้ของระบบนิเวศกึ่งชุ่มน้ำ แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวทำหน้าที่เป็นถิ่นอาศัยเชิงนิเวศในเขตเมือง และให้บริการระบบนิเวศ เช่น การกักเก็บน้ำและการปรับสมดุลสภาพภูมิอากาศระดับจุลภาค โดยจากการประเมินเบื้องต้น พื้นที่ดังกล่าวจัดอยู่ในประเภทถิ่นอาศัยที่ถูกปรับเปลี่ยนซึ่งมีคุณค่าทางนิเวศในระดับปานกลาง
บริษัทฯ ได้ดำเนินการคัดกรองผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ครอบคลุมความเสี่ยงจากการปรับสภาพพื้นที่ การรบกวนถิ่นอาศัย และการเปลี่ยนแปลงทางอุทกวิทยา โดยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การแบ่งแยกถิ่นอาศัย และการรบกวนเส้นทางเคลื่อนที่ของสัตว์ป่าในระยะชั่วคราว
บริษัทฯ จะติดตามสภาพความหลากหลายทางชีวภาพเป็นประจำทุกปี โดยใช้ตัวชี้วัด เช่น ความหลากหลายของชนิดพันธุ์ ความหนาแน่นของพืชพรรณ และอัตราการรอดของต้นไม้ที่อนุรักษ์ไว้
บริษัทฯ มีเป้าหมายไม่ให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมีนัยสำคัญภายในพื้นที่ปลูกป่าภายใต้การควบคุมของบริษัทฯ และบูรณาการประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพเข้าสู่การดำเนินงาน
ผลการตอบสนองของระบบนิเวศภายหลังการปลูกพืช
ภายหลังการปลูกพืช พื้นที่เดิมมีพืชจำนวน 9 ชนิด และตรวจพบเพิ่มอีก 5 ชนิด รวมทั้งพบสัตว์จำนวน 13 ชนิดพันธุ์ พืชท้องถิ่น เช่น หญ้าขจรจบ และผักกระฉูด ซึ่งมักพบในพื้นที่ชุ่มน้ำ สะท้อนถึงการฟื้นตัวของสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและการเพิ่มขึ้นของความหลากหลายทางชีวภาพภายในพื้นที่
การพบตัวเงินตัวทองซึ่งบ่งชี้ถึงคุณภาพน้ำที่ดี ร่วมกับหอยน้ำจืด และแมลงปอหลายชนิด ได้แก่ แมลงปอเสือ แมลงปอเข็ม แมลงปอบ้านเหลืองทั้งเพศผู้และเพศเมีย และแมลงปอบ้านใหม่ปีกน้ำตาล แสดงถึงสภาพแวดล้อมทางน้ำที่เหมาะสมต่อวงจรชีวิตของสัตว์น้ำและสัตว์กึ่งน้ำ โดยเฉพาะแมลงปอซึ่งต้องอาศัยน้ำที่มีคุณภาพในการวางไข่และพัฒนาในระยะตัวอ่อน
ในระดับผู้บริโภคขั้นต้น พบแมลงหลายชนิด เช่น ด้วงหมัดผักและมดคันไฟ ซึ่งสัมพันธ์กับการมีอยู่ของพืชอาหาร ขณะที่กิ้งก่าสวนและนกอีเสือทำหน้าที่เป็นผู้ล่ากินแมลง ช่วยควบคุมประชากรแมลงตามธรรมชาติ และสะท้อนถึงความสมดุลของระบบนิเวศ
นอกจากนี้ ยังพบผู้ล่าระดับสูง เช่น งูเห่า รวมถึงเต่าและไข่นกตบยุง ซึ่งบ่งชี้ถึงความต่อเนื่องของห่วงโซ่อาหาร พฤติกรรมการวางไข่ตามธรรมชาติ และการใช้พื้นที่เป็นแหล่งหากินและพักอาศัยในสภาพแวดล้อมเมือง
โดยภาพรวม พื้นที่ดังกล่าวทำหน้าที่เป็นถิ่นอาศัยเชิงนิเวศแบบพื้นที่ชุ่มน้ำในเขตเมือง รองรับกระบวนการทางนิเวศที่สำคัญ ได้แก่ การผสมเกสร การควบคุมศัตรูพืชตามธรรมชาติ การหมุนเวียนธาตุอาหาร และการดำรงอยู่ของห่วงโซ่อาหารหลายลำดับขั้น สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์และเสถียรภาพของระบบนิเวศในระดับท้องถิ่น
การกำกับดูแลและการพัฒนาองค์ความรู้
การกำกับดูแลการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพอยู่ภายใต้คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และบูรณาการอยู่ในกรอบการบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ
การสำรวจดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์ความรู้ภายในองค์กร โดยบริษัทฯ ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้และวิธีการเก็บข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่พนักงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับความสามารถในการประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านธรรมชาติในโครงการในอนาคตอย่างเป็นระบบ